Saturday, June 15, 2013

ป้องกันอันตรายจากไฟดูด-ไฟช็อต ช่วงหน้าฝน


สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีบทความที่มีประโยชน์สำหรับทุกคนปฏิบัติตัวในช่วงหน้าฝน มาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เพราะตอนนี้เริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว ฝนการเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่หวังว่าน้ำคงไม่ท่วมกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆ เหมือนปีก่อนโน้นนะค่ะ ทุกคนลำบากมาก ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง อาหารการกิน รวมถึงการใช้ชีวิต สำหรับเราแล้วช่วงๆแรกก็ตื่นเต้นดีใจ พอผ่านไปวันที่สามขำไม่ออก ลุยน้ำทุกวัน @_@
 
ดังนั้นเรามาอ่านข้อมูลที่จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ดีกว่า หากพบผู้ป่วยรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 “หน่วยกู้ชีพ” แนะต้องหาวัสดุที่เป็นฉนวน ไม่นำกระแสไฟฟ้าช่วยผู้ป่วยให้หลุดจากกระแสไฟ้โดยเร็ว ย้ำหากหยุดหายใจต้องรีบช่วยฟื้นคืนชีพ

 ช่วงฤดูฝนเช่นนี้ นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ แล้ว ยังอาจมีปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินซึ่งต้องระมัดระวังกันด้วย อาทิ อันตรายจากไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้าดูด เนื่องจากละอองฝนอาจกระเด็นไปโดนปลั๊กไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าจนอาจส่งผลให้เกิดไฟฟ้าช็อตหรือไฟฟ้าลัดวงจรได้
 
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  กล่าวว่า อาการของคนที่โดนกระแสไฟฟ้าดูด กระแสไฟจะไหลผ่านหัวใจทำให้หัวใจหยุดทำงาน และอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะอื่นๆ ที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้า เช่น กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะในช่องท้อง และระบบประสาท ซึ่งหากกระแสไฟฟ้ามีแรงสูงมากๆ จะส่งผลให้เนื้อเยื่อที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านถูกทำลายอย่างรุนแรง และจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของอวัยวะในช่องท้องได้ บางคนอาจมีอาหารชักเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย หายใจเร็วและหมดสติ  ทั้งนี้หากเราพบเห็นผู้ถูกไฟฟ้าดูดหรือไฟฟ้าช็อตในระหว่างการเข้าให้การช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะต้องรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างถูกวิธี เพราะผู้ป่วยจะได้รับอันตรายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถูกไฟฟ้าดูด และการช่วยเหลือที่ทันกาลและถูกวิธีจะเพิ่มโอกาสรอดให้กับผู้ป่วยฉุกเฉินด้วย
 
นายผดุงเกียรติ คุ้มมะม่วง  เจ้าหน้าที่อาสาฉุกเฉินการแพทย์ (FR) องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา แนะนำวิธีการเข้าช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดว่า  จะต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ถูกไฟดูด ไฟช็อตให้เร็วที่สุด แต่ทั้งนี้การเคลื่อนย้ายจะต้องทำด้วยความระมัดระวังด้วยเพราะผู้ป่วยอาจได้รับบาดเจ็บในบริเวณอื่นด้วย เช่น ตกจากที่สูง 
 
นอกจากนี้การช่วยเหลือจะต้องป้องกันตนเองไม่ให้ถูกไฟดูดหรือเป็นผู้ประสบเหตุเองด้วย โดยต้องรีบหาแหล่งที่เกิดไฟฟ้ารั่วและหาทางตัดวงจรไฟฟ้าเสียก่อน ส่วนในกรณีที่ผู้ป่วยฉุกเฉินถูกกระแสไฟฟ้าดูดและมีสายไฟผ่านตัวผู้ป่วยอยู่ จะต้องหาวัสดุที่เป็นฉนวน ไม่นำกระแสไฟฟ้า เช่น ไม้ เชือกที่แห้ง สายยาง ถุงมือยางหรือผ้าแห้งพันมือให้หนา จากนั้นผลักหรือฉุดตัวผู้ประสบเหตุให้หลุดออกมาโดยเร็ว หรือเขี่ยออกจากตัวผู้ประสบอันตรายออกจากกระแสไฟ แต่ทั้งนี้หากเป็นกระแสไฟฟ้าแรงสูงควรแจ้งการไฟฟ้าโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ตัดกระแสไฟฟ้า รวมถึงโทรแจ้งหน่วยกู้ชีพที่สายด่วน 1669
 
หากผู้ถูกไฟดูดโดดดูดในบริเวณที่มีน้ำขัง ผู้ช่วยเหลือไม่ควรลงไปในน้ำเด็ดขาดจะต้องตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งการเข้าไปช่วยเหลือจะต้องทำด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ และระมัดระวัง จากนั้นห่อหุ้มบริเวณที่ถูกไฟดูดด้วยผ้าแห้ง และหากมีบาดแผลบริเวณนั้นหรือไม่แน่ใจว่ามีการบาดเจ็บของผิวหนังและเนื้อเยื่อของร่างกายบริเวณที่ถูกสัมผัสหรือไม่ จะต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที อย่างไรก็ตามสำหรับการปฐมพยาบาลหากพบว่าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว หัวใจหยุดเต้น จะต้องรีบทำรีบทำการฟื้นคืนชีพทันที
 
ถ้าเราเจอคนที่ถูกไฟช็อตหรือไฟดูดก่อนอื่น เราจะต้องตั้งสติให้ดีก่อนอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย สำนักงาน บริษัท โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ พยาบาลโรงงานจะต้องร่วมมือกับแผนกความปลอดภัยในการดูแลพนักงานเมื่อเกิดไฟฟ้าดูดขึ้น รวมถึงประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อส่งตัวต่อโดยด่วน 
 
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ถูกไฟดูด แต่การช่วยเหลือจะต้องป้องกันตนเองไม่ให้ถูกไฟดูดด้วย

หาวัสดุที่เป็นฉนวน ไม่นำกระแสไฟฟ้า เช่น ไม้ ผ้าแห้งพันมือให้หนา ผลักหรือฉุดตัวผู้ประสบเหตุให้หลุดออกมาโดยเร็ว หรือเขี่ยออกแต่หากเป็นกระแสไฟแรงสูง
ควรโทรแจ้งการไฟฟ้าเพื่อตัดไฟ

หากมีการบาดเจ็บของผิดหน้าและเนื้อเยื่อควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที และหากพบว่าผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นให้ทำการฟื้นคืนชีพ

ติดต่อเหตุฉุกเฉินโทรได้ที่  1669
 
ขอบคุณข้อมูลจาก Thaipbs.or.th
 

Thursday, October 11, 2012

การพยาบาลกับโรคอุบัติใหม่ยังหาวัคซีนไม่ได้

ปัจจุบันโรคต่างๆ ได้เกิดขึ้นมาใหม่ตลอดเวลาแพทย์และพยาบาลโรงงานควรมีการอบรมด้านสุขภาพแก่พนักงาน รวมถึงให้คำแนะนำเมื่อลูกจ้างหรือพนักงานเข้ามารับการรักษาหรือมาปรึกษา เพื่อให้รู้จักการป้องกัน หลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองกับครอบครัวได้ 

ยุคที่เทคโนโลยีอยู่รายล้อมรอบตัวเด็กๆ รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต หรือโทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้การเรียนรู้จากโลกทั้งใบอยู่แค่ปลายนิ้วสัมผัส
 นพ.พินิจ ฟ้าอำนวยผลสำนักงานพัฒนา ระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ กล่าวว่า ปัญหาติดเกมและเล่นการพนันออนไลน์กำลังกลืนกินเด็กทั่วโลกรวมถึงเด็กไทย ด้วยความที่เติบโตมากับเทคโนโลยีทำให้เด็กยุคนี้เชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นอย่างดีส่งผลให้การเข้าถึงแหล่งอบายมุขในโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยาก

  ที่สำคัญคือ พ่อแม่จำนวนมากไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่า “ลูกกำลังติดเกม” หรือ “ลูกกำลังเล่นพนัน” เพราะทุกอย่างเป็นความลับที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ในคอมพิวเตอร์ภายในห้องนอนส่วนตัว... ปัจจุบันการพนันแบบออนไลน์เป็นที่นิยมมากในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นในหลายประเทศทั่วโลก โดยกฎหมายในบางประเทศเปิดช่องว่างให้การพนันออนไลน์บางชนิดไม่ผิดกฎหมาย และอุตสาหกรรมการเล่นพนันมักมุ่งเป้าหมายการโฆษณาไปที่กลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี บางเว็บไซต์เปิดให้บริการกู้เงินได้ทำให้เด็กจำนวนมากเล่นพนันแบบออนไลน์ได้แม้ไม่มีเงินในกระเป๋าตัวเองก็ตาม ปัจจุบันสัดส่วนของเด็กไทยยังเป็นกลุ่มที่ติดเกมมากกว่าการพนัน แต่การพนัแบบออนไลน์ก็มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กที่ติดเกมหรือการเล่นพนัน มักเริ่มจาก “ความสนุก” นานวันเข้า จนกลายเป็นความคลั่งไคล้ และครุ่นคิด บางรายติดอยู่ในขั้นรุนแรงไม่ทานข้าว ไม่เรียนหนังสือ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันหายไป เปรียบได้ดังโรคร้ายที่เมื่อถลำก้าวถึงขั้น “ติด” จะส่งผลกัดกินชีวิต บั่นทอนทั้งสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างซ้ำร้ายกว่านั้น ทั้งเกมและการพนันเป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่อาจนำเยาวชนไปสู่การก่ออาชญากรรมร้ายแรงในอนาคต  ด้วยเหตุนี้การติดเกมและการพนัน จึงเปรียบเสมือน “โรคทางสังคม” แห่งยุคปัจจุบัน...วิถีชีวิตป่วน เพราะโรคทางสังคม“เด็กติดเกม” เป็นปัญหาทางสังคมที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการสำรวจพฤติกรรมการเล่นเกมออนไลน์รูปแบบต่างๆ ของเด็กไทยทั่วประเทศ ปี2554 พบว่า มีสัดส่วนเด็กที่ติดเกมมากถึง ร้อยละ 58.3 โดยเฉพาะ กรุงเทพฯ มีมากถึง ร้อยละ 78.4 การศึกษาวิจัยชี้ว่า เกมส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในทางลบ อาทิสุขภาพอ่อนแอเพราะไม่มีเวลาไปออกกำลังกายและไม่ทานข้าว ผลการเรียนต่ำลงเพราะไม่อ่านหนังสือและไม่ทำการบ้าน รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวอ่อนแอลง เพราะใช้เวลาร่วมกันน้อยลง เป็นต้น อารมณ์ร้ายของเด็กติดออนไลน์ ผลจากการเล่นเกมมากเกินไปส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและอารมณ์อย่างมาก นอกจากทำให้ขาดการเรียนรู้ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวัยแล้ว ยังส่งผลต่อพฤติกรรมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นความก้าวร้าว ไม่สามารถควบคุมตนเองได้และที่สำคัญคือ เด็กเหล่านี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดสติไม่มี ความยับยั้งชั่งใจ ไร้ประสิทธิภาพ และใช้อารมณ์เป็นสิ่งกำหนดการกระทำ ในบางรายมีพฤติกรรมรุนแรงถึงขั้นก่ออาชญากรรม อาทิเด็กทำร้าย ตำรวจที่ห้ามเล่นเกม ปล้นและฆ่า เนื่องจากพฤติกรรมเลียนแบบเกม หรือบางครั้งทำร้ายตนเองถึงขั้นฆ่าตัวตาย เพื่อประชดพ่อแม่ที่ห้ามเล่นเกม จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี2553 พบว่า ร้อยละ 54.4เป็นเกมที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อาทิ การต่อสู้ ปล้นฆ่า หรือ กระทำอนาจาร เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยโน้มนำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว และชอบความรุนแรง อายุน้อย ยิ่งเสพยิ่งเสี่ยง อาจกล่าวได้ว่าเด็กที่ติดเกมและการพนันมักมีอาการคล้ายติดยาเสพติด  มีพฤติกรรมหมกหมุ่นและครุ่นคิดตลอดเวลา โดยอาการ “การเสพติด” หากเริ่มข้องเกี่ยวกับอบายมุขทั้งสองประเภทนี้ตั้งแต่วัยเยาว์จะมีโอกาสกลาย เป็นผู้ใหญ่ที่ติดเกมและพนันในอนาคต ศ.ดร.เสริน ปุณณะหิตานนท์ นักวิชาการอาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา ชี้ข้อมูลในประเด็นที่สอดคล้องกันคือ เด็กที่เล่นเสี่ยงโชคตั้งแต่วัยเยาว์ ระดับความรุนแรงและโอกาสในการเล่นพนันจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านอายุยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตของผู้เล่นโดยตรง จากการศึกษาด้านสุขภาพจิตของกลุ่มตัวอย่างที่เล่นพนัน ในวารสารบริการทางจิตเวช ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ปัญหาทางจิตเวชที่เกิดขึ้นในกลุ่มบุคคล เกิดจากการเล่นพนันเมื่ออายุยังน้อย เกม การพนัน ยาเสพติด สามสิ่งอันตรายที่พบได้ในร้านเกม

ปัจจุบันร้านเกมและอินเตอร์เน็ตเป็นอีกจุดนัดพบยอดนิยมสำหรับกลุ่มวัยรุ่น และกลายเป็นแหล่งมั่วสุมที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอย่างมากเพราะนอกจากผลกระทบจากการติดเกมขั้นรุนแรงแล้ว วัยรุ่นบางส่วนยังอาจกลายเป็นติดการเล่นพนันแบบออนไลน์ด้วย ปัจจัยที่ทำให้การพนันประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากพฤติกรรมของวัยรุ่นที่รักสนุกและแสวงหาความตื่นเต้นจากการเล่นเสี่ยงโชคบางครั้งเห็นเพื่อนเล่นก็เลียนแบบทำให้เล่นตามกัน  นอกจากนี้ ในโลกออนไลน์ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องบรรลุนิติภาวะ มีช่องทางที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและโอกาสที่จะถูกตำรวจจับได้มีน้อย  ภัยอันตรายอีกประการ คือ ยาเสพติด จากการศึกษาร้านเกมและอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ เมื่อปี2553 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า  ร้านเกมและอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งในการซื้อขายยาเสพติดที่สำคัญ โดยร้อยละ 9 ระบุว่าเป็นแหล่งมั่วและเสพยาเสพติด และ ร้อยละ 5.9 ระบุว่า สามารถซื้อขายยาเสพติดได้ในร้านประเภทนี้ปัญหาเด็กติดเกมและการพนันเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับเด็กในเมือง เพราะพ่อแม่มักวางใจให้“สื่อเทคโนโลยี” ทำหน้าที่เลี้ยงลูกแทน  ดังนั้น หนทางที่ช่วยให้ลูกหลานของเราพ้นจาก “โรคทางสังคม” ได้พ่อแม่ต้องให้เวลาและดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิด จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันภัยทางสังคมให้แก่เด็กได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก Thaipbs.or.th


Wednesday, September 12, 2012

อาชีพพยาบาลกำลังขยายตัวในอนาคต

อาชีพด้านการดูแลสุขภาพจะขยายตัวมากและการพยาบาลเป็นหนึ่งในอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุดคาดการณ์ไว้ภายใน 5 ปีต่อไปจากนี้ไป พยาบาลจะมีบทบาทเป็นอย่างมากในความต้องการ ดังนั้นหากคุณกำลังพิจารณางานในโรงพยาบาลคุณแน่นอนจะอยู่ในเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมแล้ว

สิ่งหนึ่งที่จะทราบคืองานพยาบาลวิชาชีพมีเกียรติและพยาบาลต้องทุ่มเทและขยัน คุณจะต้องเป็นชนิดของคนที่สามารถให้ออนซ์พิเศษของการใช้พลังงานในการที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพของคุณพยาบาล

มีตัวเลือกอาชีพพยาบาลจำนวนมากสำหรับคุณที่จะมีส่วนร่วมในและคุณสามารถเลือกสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมกับรสนิยมและความต้องการของคุณ หมู่งานการพยาบาลทั่วไป:

พยาบาลโรงพยาบาล
มากที่สุดของพยาบาลทั่วไปที่ทำงานในโรงพยาบาล แต่นี้ไม่ได้เป็นตัวเลือกเดียวในเขตงานการพยาบาล เราจะอธิบายประเภทอื่น ๆ ของงานพยาบาลในย่อหน้าถัดไป พยาบาลโรงพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล ถ้าคุณทำงานเป็นพยาบาลโรงพยาบาลดูแลประจำวันของคุณและปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยมีผลกระทบที่สำคัญกับวิธีที่รวดเร็วพักฟื้นผู้ป่วยและทัศนคติของผู้ป่วย

พยาบาลภาคเอกชนที่ได้รับมอบหมายในการดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะที่โรงพยาบาลหรือที่บ้าน คุณจะต้องประสานงานการดูแลระหว่างแพทย์และครอบครัวตามแต่ละสถานการณ์

คุณจะต้องทำตามคำสั่งของแพทย์สำหรับยารักษาและเก็บบันทึกที่ถูกต้องของอาการของผู้ป่วยและรายงานไปยังแพทย์เป็นระยะ ๆ ข้างของผู้ป่วยพยาบาลหน้าที่เอกชนยังจะมีหน้าที่รับผิดชอบให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาอาหารที่เหมาะสมและพฤติกรรมสุขภาพ

พยาบาลเฝ้าไข้ประเมินปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยและความต้องการและทำงานเพื่อพัฒนาและดำเนินการวางแผนการดูแลพยาบาลโดยมีเป้าหมายของความสะดวกสบายของผู้ป่วย พยาบาลรับรองโดยทั่วไปการบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยในบ้านพักที่บ้านหรือสถานดูแลระยะยาว

พยาบาลในห้องผ่าตัดจะต้องเข้าใจการใช้งานของอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย​​, ชนิดของกระบวนงานแพทย์จะทำและชนิดของเครื่องมือแพทย์ พยาบาลจะต้องมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือศัลยแพทย์และทีมผ่าตัดในงานของพวกเขา อื่น ๆ แล้วที่พยาบาลห้องปฏิบัติการยังจะต้องดูแลองค์กรในการทำงานภายในโรงละครปฏิบัติการและอยู่ตรงกลางระหว่างหน่วยงานในโรงพยาบาลต่างๆศัลยแพทย์และการจัดการ

นอกเหนือจากงานการพยาบาลข้างต้นพยาบาลบ้านเป็นหนึ่งที่สำคัญในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ วันนี้ที่บ้านพยาบาลการดูแลสุขภาพในชนบททำงานพื้นที่ชานเมืองและเมืองการเดินทางจากผู้ป่วยไปยังผู้ป่วยในการดูแลและตรวจสอบความต้องการของผู้ป่วยและการสื่อสารกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ กับเพิ่มของเทคโนโลยีทางการแพทย์, พยาบาลดูแลบ้านในขณะนี้สามารถใช้อุปกรณ์การตรวจสอบโทรศัพท์มือถือในการตรวจสอบทุกอย่างจากอัตราการเต้นหัวใจและความดันโลหิตน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและอื่น ๆ ดังนั้นพยาบาลสามารถรักษาผู้ป่วยรายหนึ่งและตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งในรถ วิธีที่จะไปเยือนผู้ป่วยที่สาม

ในการเริ่มต้นอาชีพพยาบาลของคุณคุณจะต้องมีคุณสมบัติในด้านนี้ แม้ว่าคุณจะสามารถเริ่มต้นคุณอาชีพพยาบาลตามใบอนุญาตปฏิบัติพยาบาล หรือ พยาบาลที่ขึ้นทะเบียน, งานระดับที่สูงขึ้นคุณจะถูกจ้างแพงมากขึ้นคุณจะได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้นและคุณจะมีเสรีภาพมากขึ้นในการทำแผนที่เส้นทางอาชีพของคุณเอง ข้างแบบดั้งเดิมในชั้นเรียนปริญญาพยาบาลตามตอนนี้คุณสามารถได้รับปริญญาของคุณออนไลน์พยาบาลประโยชน์ที่สำคัญของการใฝ่หาการศึกษาระดับปริญญาพยาบาลออนไลน์คือคุณสามารถเข้าร่วมชั้นเรียนออนไลน์ที่สถานที่ใดและเวลาตารางของคุณเอง และส่วนที่ดีที่สุดคือคุณสามารถดำเนินการกับคุณงานปัจจุบันในขณะที่รับปริญญาของคุณออนไลน์พยาบาล

พยาบาลเป็นอาชีพที่สามารถทำงานได้หลากหลายในด้านดูแลสุขภาพอนามัย นอกจากงานในโรงพยาบาลแล้ว งานที่จะสามารถเพิ่มรายได้ งานผู้ช่วยแพทย์ในคลีนิค สถานพยาบาลเอกชน งาน part time โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลประจำโรงงานเป็นงานที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สามารถทำได้ทั้ง full time และ part time รายได้ก็เท่ากับในโรงพยาบาลหรือมากกว่าด้วยซ้ำไป

Friday, September 7, 2012

แมลงและสัตว์นำโรคมาสู่คน

ปัจจุบันโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นเรื่อยมา ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม จากคนสู่คน จากสัตว์สู่คน ไม่ว่าจะทางใดก็แล้วแต่ ล้วนเป็นภัยและอันตรายต่อมนุษย์เรา ควรจะมีการป้องกันก่อนที่โรคนั้นจะลุกลามไปมีผลกระทบการอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง แพทย์และพยาบาลประจำโรงงานควรให้คำแนะนำแก่พนักงาน รวมถึงลูกจ้างต่างๆให้เข้าใจถึงวิธีการดูแลป้องกันตัวเองและครอบครัวให้มีสุขลักษณะที่ถูกต้องตามกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ เรามาดูว่าสัตว์ที่นำโรคมาสู่คนได้มีอะไรบ้าง

แมลงนำโรค (vector) หมายถึง แมลงที่ทำให้คนได้รับเชื้อโรคเมื่อมันเจาะและปล่อยเชื้อโรคเข้าไปทางผิวหนัง โดยการกัด หรือโดยที่มันปล่อยเชื้อโรคให้ติดบนผิวหนัง อาหารหรือวัตถุอื่นๆ ตัวแมลงนำโรคเองอาจจะเป็นโรคหรืออาจจะเป็นพาหะนำเชื้อโรค

ลักษณะของแมลง  (insects) เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังซึ่งทางชีววิทยาจัดอยู่ใน class insects ลำตัวปกคลุมด้วยโครงสร้างภายนอก (exoskeleton) ซึ่งแบ่งออก     หัว (head) ประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญ คือ หนวด 2 เส้น ตา ปาก     อก (thorax) คือส่วนขอลำตัวเป็นปล้อง (Segments) ซึ่งมี 3 ปล้อง มีขา 3 คู่ ด้านบนจะมีปีก 1-2  คู่ แล้วแต่ชนิดของแมลง     ท้อง (abdomen) คือส่วนท้ายของลำตัว ประกอบด้วยปล้อง 9 ปล้อง

ชนิดของแมลงวัน

นิสัยของแมลงวัน ชอบอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน คอกสัตว์หรืออยู่ใกล้ๆ กับบริเวณที่มีอาหารสมบูรณ์ ชอบอากาศร้อนหรืออบอุ่น มีความชันสูง ชอบอาศัยอยู่ในที่มีร่มเงา ไม่ชอบที่โล่งแจ้ง เมื่อเกาะอยู่ที่ใดจะถ่ายมูลทิ้งไว้เป็นจุดสีดำ ชอบอาหารที่เป็นของเหลวหรือเปียกแฉะ

โรคที่เกิดจากแมลงวันเป็นพาหะ เช่น อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ โรคบิด โรคท้องร่วง พยาธิปากขอ พยาธิตัวกลม และวัณโรค

การควบคุมแมลงวัน     กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ของแมลงวัน    (การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม)   กำจัดหนอนแมลงวันและตัวแมลงวันโดยวิธีต่าง ๆ

ยุง (Mosquitoes) ในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 19 สกุล รวมทั้งหมด 412 ชนิด แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม คือ ยุงที่เป็นพาหะนำโรค และยุงที่ไม่เป็นพาหะนำโรค

ชนิดของยุง     ยุงลาย อยู่ใน Genus Aedes ซึ่งมีหลายชนิดที่สำคัญและพบมากที่สุด คือ Aedes aegypti

ยุงก้นปล่อง อยู่ใน Genus Anopheles เป็นตัวการนำไข้มาลาเรีย

ยุงบ้านหรือยุงรำคาญ อยู่ใน Genus Cales

ยุงเสือ Genus Mansonia เป็นยุงที่มีตัวโตกว่ายุงชนิดอื่นๆ

โรคที่มียุงเป็นพาหะ
ยุงลาย เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสซึ่งทำให้เกิดโรคสำคัญ คือ ไข้เลือดออก ไข้เหลือง Dangue Fuver, Enecphalitis ยุงก้นปล่อง เป็นตัวการนำไข้มาลาเรีย ยุงรำคาญ บางชนิดเป็นตัวการนำโรคไข้เหลือง และโรคเท้าช้าง และบางชนิดไม่นำโรคอะไรเลย
ยุงเสือ เป็นตัวการนำโรคเท้าช้าง

นิสัยของยุง     ยุงตัวผู้จะกินน้ำหวานหรืออินทรีย์สารต่าง ๆ เช่น เกสรดอกไม้ น้ำผึ้งจากลวงผึ้ง สำหรับตัวเมียเท่านั้นที่จะกินเลือดของคนและสัตว์เป็นอาหาร ยุงมักจะไม่ชอบหากินไกล ๆ การเจริญเติบโตและการแพร่พันธุ์ของยุง คือ อุณหภูมิ ความชื้น กระแสลม แหล่งน้ำ

การควบคุมและกำจัดยุง    การทำลายลูกน้ำ     การใช้สารเคมี     การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม     การใช้ศัตรูธรรมชาติ  สมุนไพร

แมลงสาบ (Cockrosches) ชนิดของแมลงสาบมีประมาณ 3,500 ชนิด
แมลงสาบเอเชียหรือแมลงสาบตะวันออก (Oriental cockroach)

   พบได้ทั่วโลก มักอาศัยอยู่ตามฐานเขื่อน หรือใต้พื้นอาคาร ตัวยาวประมาณ 22-27 มิลลิเมตร มีปีกสั้นบินไม่ได้ ตัวแก่มีสีน้ำตาลหรือดำ มีลายสีเหลืองและขาวบนส่วนอกและขอบด้านนอกของส่วนท้อง

แมลงสาบอเมริกัน (American cockroach)
 พบมากที่สุดในประเทศไทย มีความยาวประมาณ 1.5-2 นิ้ว ตัวแก่มีสีน้ำตาลแดงไปจนถึงน้ำตาลดำ ปกติบินไม่ได้แต่อาจบินได้ในระยะใกล้ ๆ อาศัยตามท่อระบายน้ำเสีย อุโมงค์น้ำ ห้องน้ำห้องส้วม และห้องใต้ดินหรือใต้ถุนตึก มักอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มหรือเป็นกอง

แมลงสาบเยอรมัน (German cockroach)
เป็นแมลงสาบที่มีขนาดเล็กกว่า 2 ชนิดที่ได้กล่าวมาแล้ว มีขนาดความยาวประมาณ 1/2 - 6/10 นิ้ว มีสีน้ำตาลแก่มีแถบสีน้ำตาลอ่อนบนส่วนอก 2 แถบ มีตาขนาดใหญ่ มีแส้ 1 คู่ มักอาศัยอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ในที่ที่มีความอบอุ่นและความเปียกชื้น เช่น ในห้องครัว ตู้เสื้อผ้า

แมลงสาบลายน้ำตาล (Brown-banded cockroach)
 พบได้ทั่วโลก มักอาศัยอยู่ในเขตอบอุ่น มีขนาดเล็กประมาณ 1-1.25 นิ้ว มีสีน้ำตาลแดงอ่อน พบได้ทุกแห่งของบ้าน เป็นแมลงสาบที่ค่อนข้างเกียจคร้าน

โรคและเชื้อโรคสำคัญที่นำโดยแมลงสาบ     เชื้อแบคทีเรีย โรคเรื้อน กาฬโรค โรคบิด โรคท้องเสียในเด็ก โรคติดเชื้อของช่องขับถ่าย (Urinary tract) โรคฝีและผิวหนังพุพอง โรคในระบบทางเดินอาหาร โรคอาหารเป็นพิษ และโรคไทฟอยด์     หนอนพยาธิ แมลงสาบสามารถเป็น โฮสต์กึ่งกลาง (intermediate host) ของพยาธิได้หลายชนิด เช่น พยาธิปากขอ (Ancylostoma duodenle), พยาธิไส้เดือนกลม (Ascaris Iumbricoides), พยาธิตืดแคระ (Hymenolepis nana), พยาธิตืดวัว (Taenia saginata), พยาธิใบไม้โลหิต (Schistosoma haematobium) เป็นต้น    

โรคและเชื้อโรคสำคัญที่นำโดยแมลงสาบ     เชื้อไวรัส  เชื้อสาเหตุของโรคตับอักเสบ (Hepatitis)     เชื้อโปรโตซัว ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดความพิการของทารกในครรภ์ และมีเชื้อโปรโตซัวอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคท้องเสีย หรือโรคบิด     เชื้อรา พบมีเชื้อรา 2 ชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจคือ Aspergillus fumigatus และ โรคผิวหนัง คือ Aspergillus niger

การควบคุมและกำจัดแมลงสาบ   ทำลายแมลงสาบและไข่ของแมลงสาบ การใช้กับดัก การใช้สารเคมีพวกคาร์บาเมต ออร์กาโนฟอสเฟต การกำจัดไข่แมลงสาบ ทำลายแหล่งอาหารของแมลงสาบ

เห็บ ( Ticks )    เห็บเป็นปรสิตชนิดใช้ปากดูดเลือดมนุษย์และสัตว์ อยู่ใน Class Arachnida มีลักษณะแตกต่างจากแมลงคือ ลำตัวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหัวและส่วนอกรวมกันเป็นส่วนเดียว เรียกว่า Cephalothorax และมีส่วนท้องแยกจากกัน บางชนิดมีส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้องติดกัน ไม่มีหนวด มีขา 4 คู่ รูปร่างค่อนข้างกลม

วิธีควบคุมเห็บ

การควบคุมโดยการใช้สารเคมีกำจัดเห็บ (chemical control)
การควบคุมเห็บโดยชีววิธี (biological control)
การควบคุมแบบผสมผสาน (intregated  control)
การควบคุมเห็บโดยการใช้วัคซิน (vaccination)

เหา (Lice)
เหาเป็นแมลงที่นำโรคระบาดมาเกิดกับคน เช่น ไข้กลับช้ำ ไข้รากสาดใหญ่ ซึ่งโรคระบาดเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในที่ที่มีความอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน เรือนจำ ศูนย์อพยพ

หมัด (Fleas)
หมัดเป็นแมลงที่อยู่ใน Order Siphonaptera แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นๆ คือ ไม่มีปีก เป็นพาหะนำโรค คือเชื้อกาฬโรค หมัดแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ     หมัดคน     หมัดหนู     หมัดสุนัขและแมว

การควบคุม
การป้องกันและกำจัดหมัดภายในอาคารบ้านเรือนอาจทำได้โดยใช้สะอาดห้องที่พบหมัด ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องด้วยเครื่องดูดฝุ่นเป็นการลดจำนวนของหมัดที่ดี จากนั้นจึงใช้ฉีดพ่นด้วยวัตถุมีพิษอีกครั้งหนึ่ง วัตถุมีพิษที่ควรใช้   คือเมทท๊อกซีคลอ มาลาไธออน หรือรอนเนล

ไร (mites)
ไรจัดอยู่ในชั้นอราชนิดา (Class Arachnida)  อันดับอคารินา (Order Acarina)

เรือด

เป็นแมลงประเภทมวนชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในวงศ์ Cimicidae โดยเป็นแมลงที่จะดูดกินเลือดสัตว์และคนเป็นอาหาร และเป็นแมลงที่มีขนาดเล็ก ลำตัวกว้าง เป็นรูปไข่และแบน         จะยาวประมาณ 3-5 มม. มีสีน้ำตาลแดง ชนิดที่พบในประเทศไทย คือ Cimex sp.

ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรือดกับคน โดยการกัด เพราะตัวเรือดมีนิสัยชอบกินเลือด โดยการเป็นสื่อของโรค โรคที่แพร่โดยเรือดได้แก่ กาฬโรค ทูลารี
เมีย การควบคุมและกำจัดเรือด ใช้ดีดีที 5 เปอร์เซ็นต์ พ่นให้ถูกตัวเรือดโดยตรง จะทำให้ตัวเรือดตาย     /การอบด้วยก๊าซพิษ เช่น ก๊าซไฮโดรไซยานิค การเผากำมะถัน     /ใช้น้ำยาเคมีชนิดที่มีผลตกค้างตามแหล่งอาศัย แหล่งเพาะพันธุ์

แมลงและสัตว์นำโรคเหล่านี้ อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์เรามาก เราควรจะดูแลรักษาความสะอาด บ้านเรือนและที่อยู่อาศัยให้ถูกสุขลักษณะที่ดี เพื่อป้องกันโรคภัยที่จะมาพร้อมกับสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมาสู่คนเรา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์และพยาบาลควรให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการให้ความรู้ ความเข้าใจ แนวทาง ร่วมถึงวิธีป้องกันพาหะนำโรคจากสัตว์ต่างๆ เหล่านี้ เพื่อประชาชนทั้งประเทศจะได้มีสุขภาพอนามัยที่ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานร่วมกับผู้คนจำนวนมากต้องให้การระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ พนักงานในโรงงานที่มีจำนวนคนมากๆ ทำงานในบริเวณเดียวกัน กรณีมีโรคติดต่อจะสามารถแพร่กระจายโรคได้ง่าย แพทย์และพยาบาลประจำโรงงานควรให้คำแนะนำเมื่อมีโอกาสทุกครั้ง ในการระวังและป้องกันเชิงรุก ก่อนที่โรคจะแพร่กระจายไปยังคนอื่นๆ


Monday, August 13, 2012

การลงทุนด้านโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา



จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดนครราชสีมา ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 มีโรงงาน
อุตสาหกรรมทั้งหมด 2,497 โรงงาน เงินลงทุน 140,079.572 ล้านบาท พนักงานหรือลูกจ้าง 138,728 คน แพทย์และพยาบาลประจำโรงงานนครราชสีมาจึงมีบทบาทอย่างมากในการดูแลสุขภาพ อนามัย สภาพแวดล้อมภายในโรงงานให้ถูกสุขลักษณะตามที่กฏหมายได้กำหนดไว้

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรกของจังหวัดนครราชสีมา

อันดับที่ 1 กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ประกอบอุปกรณ์ ชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์
ประเภทลำดับที่ 69, 71, 72, 73, 74(2), 74(3)
มีจำนวนทั้งหมด 54 โรงงาน  เงินลงทุน 19,443.99 ล้านบาท คนงาน 31,513 คน
ประกอบกิจการ จำนวน53 โรงงาน  เงินลงทุน 19,440.82 ล้านบาท คนงาน 31,481 คน
ยังไม่ประกอบกิจการ จำนวน1 โรงงาน  เงินลงทุน 3.17 ล้านบาท คนงาน 32 คน

อันดับที่ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ และการต่อตัวถังรถยนต์หรือรถพ่วง
ประเภทลำดับที่ 77(1), 77(2), 65, 64(2), 67(8) 
มีจำนวนทั้งหมด 117 โรงงาน  เงินลงทุน 9,001.02 ล้านบาท คนงาน 7,609 คน
ประกอบกิจการ จำนวน116 โรงงาน  เงินลงทุน 9,000.92 ล้านบาท คนงาน 7,597 คน
ยังไม่ประกอบกิจการ จำนวน1 โรงงาน  เงินลงทุน 100,000 บาท คนงาน 12 คน

อันดับที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต พลังงานไฟฟ้า
ประเภทลำดับที่ 88 มีจำนวนทั้งหมด 40 โรงงาน  เงินลงทุน 18,610.59 ล้านบาท คนงาน 535 คน
ประกอบกิจการ จำนวน15 โรงงาน  เงินลงทุน 8,291.31 ล้านบาท คนงาน 204 คน
ยังไม่ประกอบกิจการ จำนวน25 โรงงาน  เงินลงทุน 10,319.27 ล้านบาท คนงาน 331 คน

อันดับที่ 4 กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต น้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์
ประเภทลำดับที่ 11(3) มีจำนวนทั้งหมด 3 โรงงาน  เงินลงทุน 7,427.00 ล้านบาท คนงาน 1,208 คน
ประกอบกิจการ จำนวน 3 โรงงาน  เงินลงทุน 7,427.00 ล้านบาท คนงาน 1,208 คน
ยังไม่ประกอบกิจการ -ไม่มี-

อันดับที่ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต แป้งมันสำปะหลังและแป้งมันสำเร็จรูป
 ประเภทลำดับที่ 9(2) มีจำนวนทั้งหมด 26 โรงงาน  เงินลงทุน 5,953.11 ล้านบาท คนงาน 4,098 คน
ประกอบกิจการ จำนวน 26 โรงงาน  เงินลงทุน 5,953.11 ล้านบาท คนงาน 4,098 คน

ภาพรวม
เดือนกุมภาพันธ์ 2555 จังหวัดนครราชสีมา มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด จำนวน 2,497 โรงงาน
เงินลงทุน 140,079.572 ล้านบาท คนงาน 138,728 คน เดือนกุมภาพันธ์ 2554 จังหวัดนครราชสีมา มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด จำนวน 2,398 โรงงาน เงินลงทุน 119,405.418 ล้านบาท คนงาน 130,251 คน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้วพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีจำนวนโรงงาน อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 99 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 0.04 เงินลงทุน เพิ่มขึ้น 20,674.155 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.17 จำนวนคนงาน เพิ่มขึ้น 8,477 คน คิดเป็นร้อยละ 0.07

โรงงานตั้งใหม่
เดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งใหม่ 14 โรงงาน เงินลงทุน 2,922.090 ล้านบาท คนงาน 145 คน เดือนกุมภาพันธ์2554 มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งใหม่ 8 โรงงาน เงินลงทุน 23.050 ล้านบาท คนงาน 172 คน เมื่อเปรียบเทียบ ในช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว พบว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งใหม่ เพิ่มขึ้น 6 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 0.75 เงินลงทุน เพิ่มขึ้น 2,899.040 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 125.77 และ จำนวนคนงาน ลดลง 27 คน คิดเป็นร้อยละ 0.16

สรุปภาพรวมได้ว่าการที่โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น จำนวนพนักงานหรือลูกจ้างก็จะเพิ่มตามไปด้วยการดูแลสวัสดิการของลูกจ้างจึงมีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพของลูกจ้าง ผู้บริหารทุกโรงงานจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยจะจัดจ้างแพทย์และพยาบาลประจำโรงงานนครราชสีมาไว้ทุกที่ตามอัตราส่วนที่กฏหมายได้กำหนดไว้ จึงเป็นผลดีต่อตัวพนักงานและบริษัทในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการขาดงาน ยังเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของพนักงานอีกทางด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก  สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา

การลงทุนโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีและระยอง


การค้าการลงทุนในภาคตะวันออกเป็นอย่างไรบ้าง
ภาคตะวันออกเรามักพูดถึงแค่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด แต่จังหวัดที่ ผมดูรวมทั้ง 9 จังหวัด ธุรกิจการค้า เศรษฐกิจก็ดีเป็นบางจังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง การลงทุนหลักของภาคนี้ถ้าเอาเม็ดเงินเป็นหลักก็คือ ชลบุรี ระยอง เอาที่บีโอไออนุมัติจากทั้งประเทศที่หนึ่งล้านล้านบาทอยู่ที่ระยองสามแสนล้านบาท ยังไม่รวมชลบุรี ถ้าสองจังหวัดรวมกันก็เกินครึ่งของประเทศไทย ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องการลงทุนในภาคตะวันออกยังมีต่อเนื่องถามว่าเศรษฐกิจของเรามีอยู่กลุ่มไหนบ้าง ส่วนแรกก็เป็นอุตสาหกรรมที่ชัดเจนมาก ส่วนที่สอง คือเรื่องท่องเที่ยว จังหวัดที่เหลือจะมีเรื่องของเกษตรบ้างแต่มูลค่าจะไม่มาก ส่วนทางด้านการค้าเรามีชายแดนทางด้านจันทบุรี ตราด สระแก้ว การค้าชายแดนมีมูลค่าเป็นหมื่นล้าน ในหลายหมื่นล้านที่ได้ก็เป็นเกินดุลทั้งนั้น เราส่งออกไปกัมพูชาหลายหมื่นล้านแต่นำเข้าไม่กี่พันล้าน ตอนนี้ในจังหวัดตราดก็มีการค้ากับกัมพูชาและเวียดนามด้วย เราส่งออกไปเวียดนามใกล้มาก จากตราดเราส่งออกทางเรือ จึงต้องมีแพทย์และพยาบาลประจำโรงงานชลบุรีและระยอง จำนวนมากประจำตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ค่อยดูแลพนักงานให้ได้รับสุขภาพที่ดี จะได้ปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพที่ตนเองมีอยู่

แนวทางการพัฒนาศักยภาพแต่ละพื้นที่อย่างไรบ้าง
ถ้าพูดถึงศักยภาพของพื้นที่อย่างเดียว ผมคิดว่าในภาคตะวันออกสามารถพัฒนาไปได้อีกไกลมาก ที่เราเห็นตัวเลขในวันนี้เราสามารถไปได้หลายเท่าตัวเราดูจากตัวหลักคือการค้าระหว่างประเทศมันเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นคือ พรมแดนการค้ามันสลายไปแล้ว มีทั้งเอฟทีเอ มีระเบียบการค้าที่สามารถขายข้ามแดนระหว่างประเทศประเทศไทยก็อยู่ในภาวะนี้ ไทยมีประตูหลักๆ อยู่ 2 ประตู คือประตูด้านสินค้าก็มีแหลมฉบัง ตู้สินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบังจะมีมากกว่าท่าเรือกรุงเทพฯ เป็นสิบเท่าต่อไปท่าเรือกรุงเทพฯ ก็จะลดความสามารถลงเนื่องจากการจราจรที่ติดขัดก็จะไปอยู่ที่แหลมฉบังต่อไปอันที่สองที่เกี่ยวกับเรื่องคนที่จะย้ายไปย้ายมา คนที่อยู่สุวรรณภูมิถือว่าเป็นประตูทางด้านคนเข้าคนออกของประเทศที่ใหญ่ที่สุด มีศักยภาพของคนที่มาติดต่อค้าขายมาท่องเที่ยว ซึ่งในภาคตะวันออก อยู่ในสมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา นโยบายที่เราจะทำเรื่องนี้ถ้าเราจัดการเรื่องแผนงานได้ผมคิดว่าก็มีโอกาสมากศักยภาพที่โดดเด่นก็มีอยู่สามเรื่องโดยดูในเรื่องวอลลุ่มของมูลค่าเป็นหลัก อันแรกคือ ปิโตรเคมี เรื่องยานยนต์ และพลังงาน แล้วก็เป็นเรื่องท่องเที่ยว เราก็มีพัทยาเป็นเมืองหลวงของการท่องเที่ยว ก็จะกระจุกตัวอยู่ที่สามเหลี่ยม ระยอง ชลบุรี จะมีสมุทรปราการ มีสุวรรณภูมิลากเชื่อมโยงกัน ศักยภาพตรงนี้มันสูงมาก แต่ว่าในอดีตเราก็ไม่ได้ทำอะไรมาก มันโตของมันเองตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมซึ่งเป็นนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านทางนโยบายบีโอไอ ผ่านทางนโยบายในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ทำ พอมันเป็นอย่างนี้ขึ้นมา มันก็เกิดปัญหาบ้างในปัจจุบัน ดังเช่นการประท้วงมลภาวะในเขตมาบตาพุด เราได้เห็นศาลปกครองได้สั่งประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษผมว่าพื้นฐานของการที่มีประชาชนมาประท้วงก็เป็นเพราะว่า รัฐบาลลงทุนทางด้านสังคมน้อยไป ทำให้เขามีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ถ้าเราคิดว่าพื้นที่มันมีศักยภาพในเมืองไทยก็จำเป็นต้องปรับนโยบาย ถ้าทำนโยบายได้ดีมันก็ไปได้เรื่อยๆ มันขยายไปได้เรื่อยๆ มันจะก่อประโยชน์ทั้งประเทศ ที่ผมยกตรงนี้ขึ้นมาเพราะว่ารายได้ของรัฐบาลที่เก็บเข้ารัฐจากสองจังหวัดคือ ชลบุรี และระยอง เท่ากับ15 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศไทยลองดูว่าประเทศไทยใช้งบประมาณ 100 เปอร์เซ็นต์ 85 เปอร์เซ็นต์เป็นงบประจำใช้จ่ายเงินเดือน อีก 15 เปอร์เซ็นต์เป็นงบลงทุนในการสร้างโน่นสร้างนี่ รายได้จากสองจังหวัดเป็นงบลงทุน ถ้าไม่มีสองจังหวัดนี้เท่ากับว่าเราหามาได้จ่ายเงินเดือนประจำอย่างเดียว ไม่สามารถไปทำอย่างอื่นได้พอมองภาพก็มองเห็นว่าเป็นศักยภาพเราก็มีทางเลือกว่า เราทำธุรกิจที่อยู่ในทำเลที่ดี เราจะปล่อยทำเลนั้นให้รกร้างว่างเปล่าหรือทรุดโทรมก็ได้ หรือเราจะไปสร้างอะไร สร้างเงินสร้างงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผมมองว่าทำเลมันดีอยู่แล้วก็เหลือแต่ว่านโยบายที่จะลงไปจะเป็นยังไงผมว่ามีหลายอย่างที่ทำได้อันแรกนโยบายการเพิ่มคุณภาพชีวิตต้องลงทุนทางด้านสังคม สาธารณสุข สิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยมีการจัดจ้างแพทย์และพยาบาลประจำโรงงานชลบุรีและระยองมาดูแลสุขอนามัยของพนักงานหรือลูกจ้าง ถือว่าเป็นสวัสดิการที่สำคัญซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจ จะทำให้ลูกจ้างปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ตามความสามารถ ในหลายครั้งที่สำรวจความคิดเห็นของคนวัยทำงานพอสรุปได้ว่าเมื่อสุขภาพกายใจดีแล้ว งานที่ทำออกมาก็จะดีตามไปด้วย


Tuesday, May 15, 2012

บทบาทพยาบาลในการเยียวยาสังคม


ประเวศ วะสี่
ศาสตราจารย์เกียติคุณ ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

หัวข้อ บทบาทพยาบาลกับการเยียวยาสังคม นี้ไม่ทราบว่าใครตั้ง แต่ก็ชอบ โดยเฉพาะชอบคำว่า เยียวยา โดลกของเราป่วยจนต้องการการเยียวยาโลก ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การเมือง โดยทุกคนต้องเป็นผู้เยียวยา ทั้งเยียวยาตัวเองและเยียวยาซึ่งกันและกัน เพราะถือว่าทุกคนต่างก็เป็น เหยี่อ ของการพัฒนาหมดทุกคน
ถ้ามาดูในกระบวนผู้เยียวยา พยาบาลน่าจะเป็นอันดับหนึ่งของโลกในการเยียวยา เพราะพยาบาลสามารถทำได้ทุกด้านของการเยียวยา ไม่ว่าทางกาย ใจ สังคม ปัญญา จะให้ดูแลรักษาก็ได้ ป้องกันก็ได้ ฟื้นฟูก็ได้ เป็นบุคลากรที่เรียกว่า พหุศักยภาพ มากที่สุดในกระบวนการ และถ้าพูดถึงมิติความเป็นมนุษย์พยาบาลย่อมมีมากกว่า เพราะแพทย์มักถูกดึงไปในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ เสียมาก

พยาบาลคือ ผู้บริบาล คำว่า บริบาล มาจาก ปริ แปลว่ารอบๆ ส่วน บาละ แปลว่า รักษา รวมกันก็คือ ผู้ดูแลรักษาโดยรอบ ดังนั้น พยาบาลคือสตรีผู้บริบาลโลก เมื่อคิดย้อนไป ผู้ที่ดูแลปกป้องคุ้มครองก็คือ แม่ แล้วผู้ชาย ผู้หญิงก็มีความต่างกันทางฮอร์โมน ผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะผลักดันให้มีความรุนแรง มีการศึกษาในทุกวัฒนธรรมพบว่า ผู้ก่อความรุนแรงมักเป็นผู้ชายอายุ 15-25ปี เพราะฮอร์โมนเป็นตัวผลักดัน แต่ผู้หญิงมีฮอร์โมนที่มีความเป็นแม่ มีความละเอียดอ่อน
ถ้ามองไปไกลอีกสักหน่อยจะเห็นปรากฏการณ์บางอย่าง ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย หรือเมื่อเร็วๆนี้มีโอกาสเจอผู้หญิงเนปาลในการประชุมที่มะนิลาประเทศฟิลิปปินส์เขาบอกว่าพวกเหมาอิสต์ที่ต่อสู้จนกระทั่งตอนนี้ได้เป็นรัฐบาลนั้น มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย บทบาทผู้หญิงมีสูงขึ้นมากในโลกปัจจุบัน เรากำลังจะมีการปฏิวัติโดยสตรีหรือเปล่า ถ้าใช่ นั่นแสดงว่ามนุษย์เผชิญอันตรายต่างๆ และต้องอาศัยเพศแม่ทีเข้ามาปกป้องจากอันตรายเหล่านั้น โลกไม่ปลอดภัยแล้วมันเลยดึงความเป็นแม่ออกมาปกป้องคุ้มครองมนุษย์ ฉะนั้นสตรีผู้บริบาลโลก ก็จะเชื่อมโยงกับกระแสของสตรีผู้ปฏิวัติที่กำลังเกิดขึ้น

ตรงนี้เราต้องให้ความสนใจกับพยาบาลในฐานะผู้เยียวยาโลก ซึ่งนับเป็นรูปธรรมของความดี ความดีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด มนุษย์ต้องอยู่กับความดี โลกที่ยุ่งทุกวันนี้เพราะพัฒนาด้วยอำนาจ เงิน ไม่ว่าจะเก่งอย่างไรก็ตามโลกทั้งโลกที่วุ่นวายและวิกฤตไม่ทัน พระพุทธเจ้าก็ได้สอนไว้แล้วเรื่อง อกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ โมหะ การพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง เป็นตัวขับเคลื่อนก็คือ โลภะ แล้วจึงนำไปสู่ โทสะ คือความรุนแรงต่างๆ ตั้งแต่โลกเอาโลภะเป็นตัวตั้ง ความรุนแรงก็เกิดตามมามากมาย โลกคงจะไปไม่ได้ในการพัฒนาแบบปัจจุบันที่เอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง ในความเห็นส่วนตัว ถ้าดูธรรมชาติของคนไทยวัฒนธรรมไทย จะพบความอ่อนโยน ความมีน้ำใจเหมาะกบอาชีพพยาบาลที่สุ เพราะพยาบาลคือผู้ให้ผู้อื่น เราอาจไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยีหนักๆ แต่เรื่องการบริการ ไทยเป็นอันดับหนึ่งเพราะเรามีน้ำใจ เคยมีนายท่าของการบินไทยที่เคยอยู่ในต่างประเทศหลายแห่งบอกว่าเครื่องบินต่างชาติ นำยมมาซ่อมที่ดอนเมืองมาก ฟังแล้วรู้สึกแปลก คนไทยจะซ่อมเครื่องบินเก่งกว่าฝรั่งได้อย่างไร พอเจอช่างเทคนิคคนไทยก็ถามเขา เขาอธิบายว่า เวลามีการซ่อมเครื่องบินจะมีการทำสัญญากันว่าซ่อมอะไรบ้าง มูลค่าเท่าไร แต่ช่างไทยเวลาซ่อมแล้วเจอจุดที่เสียและไม่ได้อยู่ในสัญญา ก็จะทำแถมให้ด้วย นี่เป็นตัวอย่างของการเอาน้ำใจแบบไทยเข้าไปบวกเทคโนโลยี แล้วจะเอาจุดแข็งของเรา การพยาบาลก็เช่นเดียวกัน

ดังนั้น มนุษย์จึงต้องเข้าถึงความดี ความงาม ความจริงให้ได้ และเมื่อทุกอย่างผนวกกันได้ก็จะเป็นพระเจดีย์ที่สวยและมีประกายออกไป การที่สังคมวิกฤตเพราะละทิ้งฐานไป จึงจ้องกลับมาหาฐานทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง แล้วจะดำเนินไปง่ายว่ามาก เพราะมีทุกสิ่งอยู่ที่ฐานอยู่แล้ว ทั้งทุนทางทรัพยากร ทุนทางสังคม ทุนทางศาสนาธรรม ทุนทางวัฒนธรรม ขาดเพียงแต่ขาดทิฎฐิ ขาดการับรู้ว่าจุดนี้เองคือจุดยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความมั่งคงยั่งยืน
เรื่องสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ต้องมองทั้งระบบและไม่แยกส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมมันจะทำงานง่ายขึ้นมากเหมือนรถยนต์ที่ทุกส่วนต้องมาประกอบกันทั้งหมด หากพัฒนาล้ออย่างเดียวก็วิ่งไม่ได้ พัฒนาเครื่องยนต์อย่างเดียวก็วิ่งไม่ได้ ชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องของระบบทั้งหมด พยาบาลควรเข้าไปโดยไม่ต้องตั้งนิยามไปก่อน แต่ให้ไปดูของจริงว่าชุมชุนที่ดีมีอะไร สถานีอนามัย โรงพยาบาลที่ดีมีอะไร เมื่อศึกษาให้รู้ก็นำมาสื่อสารให้มีการขยายตัว แล้วเพิ่มคุณค่าเข้าไป

หากเราทำจากข้างล่างขึ้น เรื่องจะง่ายกว่าการคิดจากส่วนบน แล้วทำเช่นนี้ก็จะมีความสนุกด้วย เนื่องจากได้เรียนรู้ได้เห็นคุณค่าของผู้คน เห็นความดี ความสวยงามเต็มแผ่นดิน โดยที่พยาบาลก็ไปร่วมกับขบวนการทั้งหมดนั้นเพื่อร่วมกันเยียวยาผู้อื่น เยียวยาตัวเราเอง และรวมถึงเยียวยาโลกด้วย
 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 การทำงานของวิชาชีพพยาบาลจึงมีบทบาทสำคัญเหมือนเป็นฟันเฟืองเล็กๆที่มีคุณค่าในการขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีในเรื่องสุขภาพของประชาชน เช่นเดียวกันพยาบาลโรงงานที่ต้องดูแลพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อพนักงานได้รับการดูแลสุขภาพอนามัยดีแล้ว ก็ส่งผลต่องานที่ปฏิบัติ งานก็จะออกมามีคุณภาพด้วยเช่นกัน โรงงานอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญเศรษฐกิจของประเทศ พยาบาลประจำโรงงานจึงมีบทความที่สำคัญไม่น้อยเลยที่เดียว

Thursday, May 3, 2012

ไขมันแปลงสภาพ เสี่ยงต่อโรคหัวใจ


ผลการงวิจัยของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าคนที่รับประทาน “ไขมันแปลงสภาพ” (Trans fatty acid) มากจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจเป็น 2 เท่าของคนที่รับประทานน้อย แต่อะไรคือไขมันแปลงสภาพกันแน่ ลองมาทำความรู้จักกันดีกว่าค่ะ
“ไขมันแปลงสภาพ” เป็นผลจากความพยายามทำไขมันจากพืชให้มี กลิ่น รส สีสันคล้ายไขมันสัตว์เนื่องจากเมื่อประชาชนเริ่มรู้อันตรายจากไขมันสัตว์และกินน้อยลง ผู้ผลิตได้แปลงไขมันพืชด้วยขบวนการที่เรียกว่า ไฮโดรจีเนชั่น (Hydrogenation ) ทำให้น้ำมันพืชเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันก้อนคล้ายเนย อาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะใช้ไขมันแปลงสภาพผสมแทนไขมันสัตว์เพื่อลดต้นทุนและสร้างภาพอาหารสุขภาพ นอกจากนี้ยังสามารถวางขายในตลาดได้นานขึ้นโดยไม่เหม็นหืน ทำให้อาหารเหล่านี้มีหน้าตาดีและรสชาดดีกว่าการใช้น้ำมันพืชจึงนิยมใช้กันมากในอุตสาหกรรมผลิตอาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ด ขนมปัง เค้ก ของขบเคี้ยว ของหวานประเภทสอดไส้และพิซซ่า

เมื่อวัฒนธรรมการบริโภคของคนเมืองทุกวันนี้กำลังเปลี่ยนไป มีการบริการส่งพิซซ่าถึงบ้าน ไอศกรีม แฮมเบอร์เกอร์ ชีสเบอร์เกอร์มีขายริมถนน ไม่น้อยหน้าขนมครกหน้ากะทิข้นคลั่กหรือปาท่องโก๋ทอดน้ำมันปาล์ม ไม่แปลกอะไรที่โรคหัวใจจะไต่อันดับขึ้นเป็นโรคร้ายแรงของสังคมยุคใหม่ และแม้ว่าไขมันแปลงสภาพจะทำจากไขมันพืชก็จริงแต่สามารถเพิ่มปริมาณโคเลสเตอรอลชั้นเลว LDL และลดปริมาณโคเลสเตอรอลชั้นดี HDL ซึ่งมีประโยชน์และส่งผลยิ่งกว่าไขมันสัตว์เสียอีก
วิธีป้องกันไม่ให้เผลอรับประทานไขมันแปลงสภาพ นอกจากต้องหลีกเลี่ยงบรรดาอาหารฟาสต์ฟู้ดและขนมเบเกอรี่ทั้งหลายแล้ว เราอาจต้องอ่านฉลากอาหารให้ดีและตรวจสอบว่าอาหารชนิดนั้นมีไขมันดัดแปลงในปริมาณมากหรือไม่ ถ้ามีก็ควรหลีกเลี่ยง

บทความโดย: เขมิกา โรจน์ทังคำ
หน่วยส่งเสริมสุขภาพ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม

กินอะไรบํารุงสายตา

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเวลามาตรวจตา ผู้ป่วยบางคนได้วิตามินบำรุงสายตากลับบ้านไป บางคนกลับบ้านตัวเปล่ายาหยอดตาก็ไม่ได้ อายุก็พอๆ กันแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ยาไม่เหมือนกัน แล้วเมื่อไรคุณหมอจะสั่งวิตามินบำรุงสายตา คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในใจหลายๆ คน มาดูกันว่าใครที่สมควรได้วิตามินบำรุงสายตาบ้าง

ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่าการให้วิตามิน C, E เบต้าแคโรทีน, ธาตุสังกะสี, และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็น โรคจอประสาทตาเสื่อม ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป (Moderate Age-Related Macular Degeneration) ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคจอประสาทตาเสื่อมเพียงเล็กน้อยอาจไม่ได้ประโยชน์ เท่าไรนักจากการรับประทานวิตามินดังกล่าว หมอตาจะเป็นผู้ประเมินระดับความเสื่อมของจอประสาทตาจากการขยายม่านตา ดังนั้นถ้ามาตรวจตาแล้วไม่ได้วิตามินกลับไปรับประทานก็อย่าเสียใจค่ะ นั่นแสดงว่าจอประสาทตายังสุขภาพดีอยู่หรือผิดปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ถ้าอย่างนั้นเรามีวิธีการบำรุงสายตาโดยการทานอาหารเสริมได้หรือไม่? จากการวิจัยของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ พบว่าการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังต่อไปนี้มีส่วนช่วยในการบำรุง สายตาได้

1. วิตามิน A - เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตาและมีบทบาทสำคัญในการมองเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง
2. วิตามิน B - มีการศึกษาพบว่าวิตามิน B1 และ B12 อาจมีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด
3. วิตามิน C - เป็นที่รู้จักกันดีของการชะลอความแก่ของร่างกายด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูล อิสระ (antioxidant) นอกจากนั้นยังอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผลไม้ที่มีวิตามิน C มาก ได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ส่วนผัก ได้แก่ กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่
4. วิตามิน E - ก็เป็นวิตามินอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่ในเซลล์ รับแสงที่จอประสาทตา และจากการศึกษาพบว่าอาจมีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ใน น้ำมันธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง
5. เบต้าแคโรทีน (betacarotene) – เป็นสารตั้งต้นของวิตามิน A ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการมองเห็นในกลางคืนเช่นเดียวกับ วิตามิน A พบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง ข้อควรระวังคือการรับประทานเบต้าแคโรทีนในรูปอาหารเสริมมากไปในคนที่สูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งปอดได้
6. ลูทีน และ ซีแซนทิน (lutein and zeaxanthin) - เป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในจุดรับภาพที่จอประสาทตาและเลนส์ตา มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม พบมากใน ผักโขม ไข่แดง ข้าวโพด บร็อคโคลี่
7. ซีลีเนียม (selenium) - เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่ต้านอนุมูลอิสระและอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก โดยพบได้ใน หอยนางรม หอยลาย ตับไก่ เมล็ดทานตะวัน
8. สังกะสี (zinc) - มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมที่เป็นอยู่แล้วเป็น ช้าลง โดยแหล่งที่พบสังกะสีได้แก่ หอยนางรม ตับ เนื้อสัตว์
9. สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) - นอกจากคุณสมบัติเพิ่มเลือดไหลเวียนไปที่สมองแล้วยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูล อิสระ เกี่ยวกับสายตาพบว่าอาจช่วยรักษาลานสายตาผิดปกติในต้อหินบางชนิดได้
10. โอเมก้า 3 (omega-3) - เป็นกรดไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง ซึ่งพบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ผลไม้ที่พบได้เช่น ผลกีวี่
จะเห็นได้ว่าอาหารที่มีคุณสมบัติบำรุงสายตานั้นมีอยู่รอบๆ ตัวเรา หลายชนิดที่สามารถปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได้ ดังนั้นคุณก็สามารถถนอมสายตาและมีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องใช้ยาบำรุงใดๆ เลย

บทความโดย: พ.ญ.ปรียทรรศน์ ศุขโรจน์ 
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
จะเห็นได้ว่าวิตามินต่างๆนั้นมีประโยชน์มากดังนั้น พยาบาลประจำโรงงานควรกินเพื่อทำให้สุขภาพแข็งแรงและดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น

Friday, April 27, 2012

การควบคุมโรคผู้ป่วย

หน้าที่ของพยาบาลประจำโรงงาน เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามกลุ่มอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิ คุ้มกันโรค และมีประวัติการได้รับวัคซีน/เซรุ่ม ภายใน 4 สัปดาห์ก่อนป่วย ให้การวินิจฉัยเป็นผู้ป่วยอาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

กรณี โรงพยาบาลหรือห้องพยาบาลที่เป็นหน่วยรายงาน ใน โครงการประกันสุขภาพนั้น แจ้งให้ศูนย์ข้อมูลหัวหน้าทีม ทราบภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 1 สัปดาห์ตามแต่กลุ่มอาการ นับจากพบผู้ป่วย และเขียนบัตรรายงาน ส่งศูนย์ข้อมูล โดยเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง หรือ 1 สัปดาห์ตามแต่กลุ่มอาการ นับจากพบผู้ป่วย เพื่อศูนย์ข้อมูลจะได้แจ้งและรวบรวมบัตรรายงานผู้ป่วย ส่งศูนย์ข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อแจ้งและส่งต่อบัตรรายงาน ผู้ป่วยไปยังแผนกบุคคล

กรณี โรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นหน่วยรายงาน นอก โครงการประกันสุขภาพ แจ้งให้ศูนย์ข้อมูลแก่หัวหน้าทีม ทราบภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 1 สัปดาห์ตามแต่กลุ่มอาการ นับจากพบผู้ป่วย และเขียนบัตรรายงาน ส่งให้ศูนย์ข้อมูลผู้ป่วย โดยเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมง หรือ 1 สัปดาห์ตามแต่กลุ่มอาการ นับจากพบผู้ป่วยให้การรักษาผู้ป่วยหรือส่งต่อไปโรงพยาบาลในกรณีที่ต้องพบ แพทย์
บันทึกข้อมูลผู้ป่วยลงในแบบสรุป  เก็บไว้ที่หน่วยงานเพื่อเป็นภาพรวมในระดับพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม วิเคราะห์และแปลผลข้อมูลเพื่อให้ทราบสถานการณ์การเกิดอาการภายหลังได้รับการ สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในพื้นที่ และเผยแพร่ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้อง
ร่วมสอบสวนโรคและควบคุมต่อไป
หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลประจำโรงงาน, แผนกบุคคล แผนกความปลอดภัย ผู้จัดการโรงงานอุตสาหกรรมนั้น
 เป็นต้น ขึ้นอยู่กับบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน

พยาบาลในสายตาแพทย์

น้องพยาบาลคนหนึ่งที่ถูกแพทย์บางคนไม่ให้เกียรติ ก็มีแพทย์หลายๆคนมาตอบคำถามนี้ว่า พยาบาลในสายตาแพทย์เป็นยังไงบ้าง
ข้าพเจ้านิสิตพยาบาล ปีหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง  อยากถามว่า  คุณหมอทั้งหลายคิดยังไงกับวิชาชีพพยาบาล  อยากรู้ในมุมมองคุณหมอจัง  เพราะที่เจอมาก็เจอแต่นักศึกษาแพทย์ร่วมสถาบัน  ไม่ให้เกียรติ    อาจจะถามว่าหากคุณหมอขึ้นวอร์ดแล้วจะให้เกียรติเหล่านางพยาบาลหรือป่าว    
นี้เป็นความคิดเห็นของแพทย์บ้างส่วน

- ยังไม่ได้เจอเอง แต่ได้ยินจากพี่ ๆ มาเยอะเหมือนกันครับ บางคนบอกเลยว่าที่นี่ โรงพยาบาล ไม่ใช่ โรงพยาบาลแพทย์ดูตรงข้ามกับกรณีของเจ้าของกระทู้เนอะ

- แต่ธรรมชาติของเรื่องประเภทนี้สิ่งที่ดีจะไม่ถูกเล่า สิ่งไม่ดีนี่ยาวววว
ดังนั้นอย่าเอาคนไม่กี่คนมาตัดสินเป็นภาพรวมของวิชาชีพจะดีกว่าครับ
ความจริงแพทย์ที่ดีก็มีไม่ดีก็มี พยาบาลที่ดีก็มีไม่ดีก็มีเหมือนกันนั่นแหละ

- เป้าหมายของทั้งแพทย์และพยาบาลก็เหมือน ๆ กันคือเพื่อคนไข้ไม่ใช่หรอ ^^?
ทำงานร่วมกันแล้วก็ ทำใจให้สบาย ถ้อยทีถ้อยอาศัย รักกัน ๆ ดีกว่าครับ

ปล.บอร์ดนี้มีพบาบาลจุฬาฯมาอ่านบ้างไหมเนี่ย

Edit : ลืมตอบคำถาม ขึ้นวอร์ดแล้วให้เกียรติพยาบาลแน่นอนครับ 

- การให้เกียรติ สำหรับผมแล้ว มีความหมายแค่ยืนยันว่า คนที่ให้เกียรติเราเค้ามีเกียรติ เพราะเค้าสามารถให้เราได้
ไม่ได้มีความหมายอะไรถึงตัวเรา

- ส่วนเรื่องวิชาชีพ ผมมีปัญหากับพยาบาลมากครับ มีปากเสียงกันบ่อยๆ
เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องญาติ  เรื่องพลัดกันงอน เรื่องไม่ค่อยมีเวลาให้ ฯลฯ

- ผมว่าอย่าเอาคำพูดของคนบางคนที่มีอคติต่อกันมาประเมินค่าคนที่เหลือเลยครับ แน่นอนผมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอาจจะมีบางคนมีความรู้สึกแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ นิสิตแพทย์ พยาบาล หรือนักศึกษาพยาบาล

- แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใครซักคนว่าเค้ามีความคิดอย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร ผมก็อยากให้เปิดใจให้กว้าง อย่ามีอคติต่อกันก่อน แล้วลองดูเป็นกรณีไป

หรือแม้กระทั่งเค้ามีพฤติกรรมเช่นนั้น ก็อยากให้คุณลองมองย้อนพิจารณาตัวด้วยว่า ที่ผ่านมานั้นได้ทำในสิ่งที่สมควรดีพอแล้วหรือยัง สมควรแก่เกียรติที่เค้าพึงจะมอบให้หรือไม่

- ส่วนตัวที่ผ่านมาผมขึ้นวอร์ดก็มีนักศึกษาพยาบาล เข้ามาปฏิบัติงานพอสมควร ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันนะครับ น้องๆ นศพ. ก็น่ารักดี ก็ถ้อยดีถ้อยอาศัยกันไป ผมว่าอย่าเพิ่งมีอคติคิดอะไรกันมากเกินไปเลยครับ ทำใจให้สบายแล้วเป็นมิตรกับทุกคนที่เข้ามาในชีวิตดีกว่าเนอะ

- แม่พี่ เป็นพยาบาล ครับ
ก็จะมีบุคลิกเป็นพยาบาล คือ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก แทบจะเอาโครงการ 5ส มาใช้ในบ้านเลย
(เก็บเช้าเก็บเย็น แปะป้ายบอกทั่วบ้านว่าลิ้นชักอะไรใส่อะไร)

- พยาบาล ในสายตาพี่ เป็นคนที่ทำงานหนักครับ
จริงอยู่อาจจะแบ่งวันละ 3 กะ มีเวลานอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ไม่ได้ทำงาน 48 ชั่วโมงต่อเนื่องแบบหมอ
แต่เขามีเวรหลายหนต่อเดือน และก็ในเวรก็ต้องดูแลคนไข้หลายเตียงในวอร์ด
คนไข้หลายคนก็มีเรื่องที่ต้องดูต่างกันไป คนนี้ต้องเจาะนี่ตอนนี้ คนนี้ได้ยานี่ตอนนั้น คนโน้นห้ามนอนราบ คนโน้นต้องฯลฯ

- พยาบาล เขาทำงานประจำแบบนี้ทุกวันครับ
หมอยังมีเปลี่ยนวอร์ดไปเรื่อย
แต่พยาบาล...พี่เห็นอยู่วอร์ดไหนก็วอร์ดนั้น นานนนนนนนนน (ไม่นับ นศพ ที่เปลี่ยนไมาเหมือน นสพ.)
ถ้าเป็นพี่ คงเบื่อน่าดู

- พี่รู้สึกว่า พยาบาลมีสายงานการบังคับบัญชากัน ลดหลั่นเป็นชั้นๆ เหมือนทหารเลย
ระบบรุ่นพี่รุ่นน้องก็ปึ้ก เคารพอาวุโสกันมาก
รักกันแบบครอบครัวผู้หญิงๆด้วยกัน
น่ารักดีครับ^^

- ส่วนเรื่องการให้เกียรติ ไม่รู้สิครับ สำหรับพี่แล้ว พี่พยาบาลคือคนที่อยู่มาก่อน เป็นเจ้าของวอร์ด ที่นสพ และหมอๆทั้งหลายผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปอาศัยเรียน และเข้าไปจัดการดูแลคนไข้
เหมือนพี่ๆพยาบาลเป็นเจ้าบ้าน และทีมงานที่เข้มแข็ง ช่วยเหลือผู้ผลัดเปลี่ยนมาทุกคนให้ทำงานได้
บางครั้งอาจจะเบื่อๆบ้างที่ต้องตอบหมอทุก 2 สัปดาห์ที่มาใหม่ว่า ใบอะไร tube อะไรเก็บตรงไหน กุญแจส้วมอยู่ตรงไหน
แต่พี่ไม่เคยเห็นพี่พยาบาลบ่นนะ

- ไม่คิดดูถูก หรือไม่ให้เกียรติเลยครับ
ล้วนแล้วแต่ผู้มาก่อน ที่มีประสบการณ์ทั้งสิ้น
และเป็นทีมงานเดียวกันทั้งนั้น
ทำงานกันก็ต้องมีกระทบกันมั่ง เป็นธรรมดาอยู่แล้วหละครับ

- ปล. อีกความคิดนึงคือ เห็นใจวิชาชีพพยาบาลครับ ได้ยินข่าวมาว่าเดี๋ยวนี้สาวๆยุคใหม่ไม่เหมือนสมัยก่อน ไม่แห่กันมาเป็นนางฟ้าในโรงพยาบาลกัน (ฮิตแต่จะไปเป็นนางฟ้าบนเครื่องบิน หรือไปทำงานเป็นนักธุรกิจ ฯลฯ มากกว่า)
ทำให้กำลังพลพยาบาลลดลง และต้องพยายามกันมากขึ้นในการเรียนการสอนให้พยาบาลจบมาดีทีคุณภาพอย่างที่ ตั้งเกณฑ์ไว้ (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์สักฉบับ อ่านเมื่อไม่ถึงปีที่แล้ว)


- ทุกวงการ ย่อมมีคนดีและไม่ดี มเองก็เคยเห็นเพื่อนหมอวไม่ให้เกียรติพยาบาล แต่บางครั้งก็เห็นพยาบาลไม่ให้เกียรติหมอ เช่นกันสำคัญคือ ถ้าใครไม่ดีกับเราก็อย่าไปยุ่งกับเขาแล้วตัวเราเองก็ต้องให้เกียรติผู้อื่น อย่างที่อยากให้ผู้อื่นให้เกียรติเรา

- ตัวผมเอง คิดว่าพยาบาลคือ ทีม.... ที่ต้อง ทำงานร่วมกันในการดูแลผู้ป่วย จึงให้เกียรติเพราะแต่ละคนย่อมมีความชำนาญในการทำงานต่างๆกันไป และหารให้เกียรติซึ่งกันและกัน ย่อมทำให้ผลของการทำงานออกมาดี

 ขอบคุณพวกพี่ๆนิสิตแพทย์ที่เข้ามาตอบให้  หนูก็ไม่ได้มีอคติกับแพทย์หรอก  เพราะหนูก็อยากเข้าแพทย์นะ  แต่สมองมาได้แค่พยาบาล   แต่ก็รักในวิชาชีพพยาบาลแล้ว  ไม่อยากเป็นฟอสซิลด้วย     หนูก็ชอบหมอนะ    หนูยังชอบพวกๆพี่เลยเรียนตั้งจุฬาแต่เป็นกันเองสุดๆอ่ะ   อยากให้นิสิตแพทย์ที่ม.เอาเป็นแบบอย่างจัง  แต่หนูก็คงต้องเก็บความรู้สึกไว้ลึกๆแหละ  เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลรักษาคนไข้   หวังใจว่าจะได้ร่วมงานกัน     สวัสดีค่ะ

ทุกวิชาชีพก็มีทั้งดีทั้งไม่ดีแหละครับ
แต่ดีมากกว่าแน่ๆ
คนที่เขาให้เกียรติคนอื่น เพราะเขามีเกียรติ
ส่วนคนที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น เพราะเขาไม่มีไงครับ
ก็เลยไม่รู้จะเอาอะไรมาให้
ขอบคุณคำถามและคำตอบจากน้องแพทย์และพยาบาล เผื่อฝ่ายแพทย์หรือพยาบาลมาอ่านจะได้ฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง ว่าเราทั้งสองอาชีพต้องทำงานร่วมกัน ประสานงานกัน ไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ดูแลรักษาประชาชนให้ดีที่สุดนั้นเอง จากพยาบาลประจำโรงงานคนหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสในทำงานในโรงพยาบาล

การพัฒนางานพยาบาลประจำโรงงาน

ในสายงานพยาบาลประจำโรงงานเราจะปฏิเสธมิได้เช่นกันว่า ของแต่ละคนต้องการความอยู่รอดในระดับที่เพียงพอที่จะทำให้การปฏิบัติงานประสบผลสำเร็จ
ดังนั้นเราจะต้องพยายามพัฒนาระบบพยาบาล กระบวนการปฏิบัติงาน วิธีการปฏิบัติงาน หรือกลไกปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จของเป้าหมาย
องค์กร หรือความสำเร็จในงานหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยสรุปแล้วเขาจะพัฒนางานพยาบาลในเรื่องดังต่อไปนี้

1.    สร้างและพัฒนาความไว้วางใจในแนวทางปฏิบัติงาน โดยพิจารณาถึงบทบาท หน้าที่ และบุคลิกภาพของพยาบาล

2.    พัฒนาแนวทางปฏิบัติงานโดยผ่านอิทธิพลของแต่ละบุคคล หรือแต่ละตำแหน่งหน้าที่เพื่อให้ดูว่ามีประโยชน์ต่อผู้อื่น
ทั้งนี้การใช้คนที่เป็นที่ยอมรับของพนักงานเป็นสื่อกลางถ่ายทอดไปยังผู้ที่ยอมรับของพยาบาลจึงเป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ผลดี

3.    พัฒนาเครือข่ายกลุ่มวิชาชีพพยาบาล เพื่อสร้างพลังในการใช้ทรัพยากรและการประสานงาน

4.    พัฒนากรรมวิธี กลยุทธ์ในการเจรจาต่อรองโดยเฉพาะในเรื่องของเงินทุน งบประมาณ เครื่องมือและทรัพยากรอื่นๆ

5.    พัฒนาในเรื่องกฎระเบียบ กติกาเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปฏิบัติงานเป็นการจำลองแนวคิด หรือความคิดที่เป็นระบบ
ไว้ในกฎระเบียบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการงาน

6.    พัฒนากระบวนการในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงาน อาจจะพัฒนาเป็นมาตรฐานสากล เช่น
ระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 และ ISO 14001 หมายถึงบริหารงานที่ได้รับรองคุณภาพแล้ว

7.    ประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในกระบวนการการปฏิบัติงานเพื่อความรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อเราวิเคราะห์อย่างละเอียด จะทำให้ทราบว่าการพัฒนางานพยาบาลดังกล่าวข้างต้นเพื่อความอยู่รอด
โดยเฉพาะพยาบาลประจำโรงงานต้องการคนที่มีลักษณะ และพฤติกรรมคล้ายๆกัน และทัศนคติไปในทิศทาง
เดียวกัน ไม่เช่นนั้นการพัฒนาดังกล่าวยากที่จะประสบผลสำเร็จ โดยสรุปคือการวางระบบ จัดระเบียบ และ
กำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการซึ่งจะกลายเป็นป้อมปราการมิให้มีการอิทธิพลทางการเมืองเข้าไปก้าวก่าย
การบริหารงานองค์กรจนเกินความพอดี

บทบาทของพยาบาลวิชาชีพประจำโรงงาน

บทบาทและหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ ในโรงงานอุตสาหกรรม

แบ่งเป็นงานหลัก  และงานรอง  ซึ่งเป็นงานที่พยาบาลวิชาชีพมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อื่นในโรงงาน  ดังนี้

งานหลักพยาบาลประจำโรงงาน

  การบริการสุขภาพ

    1.1    งานบริการสุขภาพในสถานบริการ    เป็นการให้บริการในสถานบริการ  โดยมีความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล  ด้านยา
เวชภัณฑ์  อุปกรณ์ และข้อมูล  ครอบคลุมบริการสุขภาพอนามัยแก่บุคคล  ครอบครัว  และชุมชนที่อยู่ในภาวะปกติ  หรือผู้ที่มีความเสี่ยง
ต่อการเจ็บป่วย  และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ  ซึ่งต้องการการดูแล  โดยเชื่อมโยงบริการผสมผสานแบบองค์รวม  อย่างมีคุณภาพ

   1.2    งานบริการสุขภาพนอกสถานบริการ เป็นการให้บริการทั้งด้านการรักษาพยาบาล  ด้านการส่งเสริมสุขภาพ  ป้องกันโรค  และ
การแก้ไขปัญหาสุขภาพของพนักงาน  ทั้งนี้  โดยครอบคลุมกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่มีปัญหา  ผู้ป่วยส่งต่อจากโรงพยาบาล
ผู้พิการ  ผู้ด้อยโอกาส  กลุ่มบุคคล/ชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ  หรือการติดเชื้อในชุมชน  เป็นต้น

    1.3    งานส่งต่อผู้ป่วย

2.  การส่งเสริมสุขภาพ  และป้องกันโรค

    2.1    งานวางแผนครอบครัว (หน้าที่หลักร่วม  พยาบาลวิชาชีพ)
    2.2    งานอนามัยแม่และเด็ก (หน้าที่หลักร่วม  พยาบาลวิชาชีพ)
    2.3    งานตรวจสุขภาพและคัดกรองโรค (หน้าที่หลักร่วม  พยาบาลวิชาชีพ )


3.  การฟื้นฟูสุขภาพ

    3.1    งานฟื้นฟูผู้พิการ
    3.2    งานฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย

4.  งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพการพยาบาล

งานรองของพยาบาลในห้องพยาบาล (เป็นงานที่พยาบาลวิชาชีพมีส่วนร่วม)

1.    งานเภสัชสาธารณสุข
2.    งานแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
3.    งานสนับสนุนวิชาการด้านการรักษาพยาบาล
4.    งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์
5.    งานสนับสนุนสุขภาพพนักงาน
งานหลักและงานรองของพยาบาลประจำโรงงานมีดังได้กล่าวไว้ข้างต้นและยังมีงานอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้อีกมากมาย
ตามแต่ละบริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจะกำหนดเป็นแผนประจำปีออกมา

Monday, April 23, 2012

สาธารณสุขกับพยาบาลต่างกันยังไง

สาธารณะสุขหรือหมออนามัย คือ คนที่เสียสละเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีพวกท่าน ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ (คนยากจน คนชนบท ที่เข้าไม่ถึง การให้บริการของ โรงพยาบาล ) จะเป็นอย่างไร

สาธารณสุข ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็น คนที่สร้างสุขให้แก่สาธารณะนั้นเอง

เรียนก็ยาก งานก็หนัก เงินเดือนก็น้อย แต่ บุญกุศลยิ่งใหญ่

มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานส่งเสริมสาธารณสุข งานส่งเสริมและสร้างเสริมสุขภาพ งานวางแผนสาธารณสุขชุมชน งานสาธารณสุขมูลฐาน งานส่งเสริมแพทย์แผนไทย งานส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพร งานศูนย์บําบัดผู้ติดยาเสพติด งานพัฒนาจิตใจ งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โรคระบาด งานอาสาสมัครสาธารณสุขอําเภอ (สอ.อ.) และป้องกันยาเสพติด

แต่เรียนพยาบาลมีงานทำแน่นอน มีให้เลือกหลายแบบทำได้ทุกที่เพราะเค้าต้องการเรา เช่น โรงพยาบาล บริษัท โรงงาน มหาลัย โรงเรียน อนามัย กระทรวง ไม่ต้องเรียนเก่งมาก ขอแค่สอบได้ใบประกอบวิชาชีพเป็นพอ ถ้าขยันได้เงินเยอะมากๆๆขอบอก โดยเฉพาะพยาบาลประจำโรงงานรายได้เยอะแต่ต้องรู้จักเก็บเงิน เพราะสวัสดิการจะน้อย

 อนามัยชุมชน (ทำงานที่ อนามัยเป็นส่วนใหญ่), อาชีวอนามัยและความปลอดภัย นี่ก็จะเน้นพวกโรงงาน ส่วน อนามัยสิ่งแวดล้อม น่าจะเป็นพวกเทศบาล กรม หรือ กระทรวงต่างๆ ลองศึกษาดูอีกทีนะ

พี่จะบอกว่า ทำงานแบบพยาบาลและสาธารณสุข ไม่รวยหรอก มันเป็นงานแบบน้ำซึมบ่อทราย ไม่รวยไม่จน แต่ก็มีกินตลอด มีสวัสดิการ, ส่วน สาธารณสุขขึ้นอยู่กับว่าน้องจะไปทำงานทีไหน ถ้าทำของรัฐก็คล้ายๆพยาบาล แต่ได้เรท เงินเดือนเท่ากัน เพราะจบ 4 ปีเท่ากัน และไม่ต้องเข้าเวรถ้าหากไม่ได้ทำงาน อนามัย แต่ถ้าทำโรงงานเอกชน เงินก็จะมากกว่าทั่วๆไปนะคับ ขึ้นกับสถานที่

ที่เห็นหลักจะมีอยู่ 2 แบบ
     1. สาขาสาธารณสุขชุมชน = ต้องสอบเข้าถึงจะทำงานที่อนามัยได้จะ (หมออนามัย) และอีกอย่างก็ต้องมีตำแหน่งงานว่างด้วย
     2. สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย = ก็ทำงานที่โรงงาน เป็นเจ้าหน้าที่ ดูแลรักษาความปลอดภัยของพนักงานในโรงงาน สรุป เสนอ วิจัยรายงายด้วนสุขภาพ  เดินเดือน >15000 (ถ้าเป็นระดับชำนาญการ หรือระดับชำนาญการพิเศษ จะได้มากกว่านี้ค่ะ)ทำงานไปเช้า-เย็นกลับไม่ต้องขึ้นเวรเหมือนพยาบาล เงินเดือนเท่ากัน งานสบายกว่า สวัสดิการก็ขึ้นอยู่กับ โรงงาน นั้นๆ บ้างโรงงานได้โบนัส 4-5 เท่าของเงินเดือน แค่โบนัสแต่ละปีก็มีเงินเก็บ พยาบาลจะมีภาษีดีกว่าในสายตาบริษัท

แพทย์,ทันตแพทย์,เภสัช  3 คณะนี้มีงานทำแน่นอนครับ ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนสาธารณสุขกับพยาบาลศาสตร์ ผมว่าพยาบาลศาสตร์ดีกว่านะ โอกาสมีงานทำทั้งรัฐและเอกชนมีมากกว่า และสามารถประกอบกิจการส่วนตัวได้ด้วย ถ้ารับราชการสวัสดิการก็ดีกว่า สา,สุข ทั้งค่าอยู่เวร,เงินป้องกันการออกนอกระบบ(พตส.),ถ้าระดับชำนาญการขึ้นไป(ซี7ขึ้นไป)มีเงินประจำตำแหน่งอีก และการเรียนจบเวชปฏิบัติมีค่าเวชปฏิบัติเพิ่มอีกอย่างน้อยเดือนละพันบาท รวมทั้งหมดแล้วมีเงินที่นอกเหนือจากเงินเดือนก็ร่วมประมาณ 5-6 พันบาท ซึ่งต่างจากสา,สุขที่มีแต่เงินเดือนอย่างเดียวหรืออาจมีค่าล่วงเวลาบ้างนิดหน่อย เพื่อนผมที่จบ สา,สุข ไปเรียนต่อ เภสัช เรียนต่อ พยาบาล ก็หลายคน เพราะทนกับอาชีพของตัวเองไม่ได้

ถ้าชอบและใจรักสาธารณสุขหรือพยาบาล ก็สนับสนุนครับ แต่ถ้าลังเล วิชาชีพนี้ไม่ตกงานแน่นอน ที่กล่าวในตอนแรกดีกว่ามากครับ ไม่ว่าจะเรียนที่ ม.ของรัฐหรือ ม.เอกชน จบมาผมว่าคุ้มครับ ทั้งค่าตอบแทนและความก้าวหน้าในอาชีพ ถ้าไม่เลือกงานหรือสถานที่ทำงานนะ



Saturday, April 21, 2012

การบริหารงานพยาบาล

การที่งานพยาบาลประจำโรงงานจะกระทำภารกิจหลักให้บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิ์ภาพนั้น หน่วยงานจำเป็นจะต้องมีบุคลากรพยาบาลที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับงาน ดังนั้นการบริหารพยาบาลประจำโรงงาน จึงจัดเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารงาน เพราะบุคลากรเป็นผู้จัดหาและใช้ทรัพยากรบริหารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเงิน วัสดุอุปกรณ์และการจัดการซึ่งถ้าองค์การเริ่มต้นด้วยการมีบุคลากรที่ดี มีความสามารถ ปัจจัยด้านอื่นๆก็จะดีตามมา ดังนั้นการบริหารงานพยาบาลจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์การการบริหารบุคลากรพยาบาล เป็นการดำเนินการที่เกี่ยวกับบุคคลที่ถือว่า เป็นพรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์การเพื่อให้สามารถปฎิบัติงานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของงานพยาบาล พร้อมทั้งดำเนินการธำรงรักษาและพัฒนาให้ทรัพยากรพยาบาลขององค์การมีคุณภาพชีวิตในการทำงาน โดยมีภารกิจหลัก ได้แก่ การวางแผนบุคคลากรพยาบาลการกำหนดงานหรือออกแบบงาน การวิเคราะห์งาน การสรรหา การคัดเลือก การประเมินผลพยาบาล การฝึกอบรมและพัฒนา ค่าตอบแทน สุขภาพและความปลอดภัย  ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารงานพยาบาลที่จะต้องรับผิดชอบต่อการจัดการทรัพยากรพยาบาล

วัตถุประสงค์ของการจัดการบริหารงานพยาบาล
1. เพื่อสรรหาและคัดเลือกบุคลากรพยาบาลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในห้องพยาบาล
2. เพื่อใช้เจ้าหน้าที่พยาบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. เพื่อบำรุงรักษาพยาบาลที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์การนานๆ
4. เพื่อพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถพยาบาล

ความสำคัญของการจัดการงานพยาบาล
1. ช่วยให้บุคคลที่ปฏิบัติงานพยาบาลมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน เกิดความจงรักภักดีต่อบริษัทที่ตนปฏิบัติงาน
2. ช่วยพัฒนาให้บริษัทให้เจริญเติบโต เพราะการจัดการทรัพยากรพยาบาล เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับโรงงาน เพื่อแสวงหาวิธีการให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำงานในห้องพยาบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดทำให้องค์การเจริญเติบโตและพัฒนายิ่งขี้น
3. ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงแก่สังคมและประเทศชาติ ถ้าการจัดการทรัพยากรพยาบาล ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ย่อมไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างบริษัทและผู้ปฏิบัติงานพยาบาลทำให้สภาพสังคมโดยส่วนรวมมีความสุข ความเข้าใจที่ดีต่อกัน

แพทย์และพยาบาลประจำโรงงาน

Monday, April 16, 2012

หัวหน้าทีมพยาบาลประจำโรงงาน

ความหมายของงานที่ต้องรับผิดชอบ

การดูแลจัดการงานพยาบาลโดยทั่วไป แนะนำการทำงานของในห้องพยาบาลเพื่อให้มั่นใจว่าบริการพยาบาลที่มีประสิทธิภาพจะได้รับบริการและมาตรฐานที่มีคุณภาพ ประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ และผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพอื่นๆ ที่จำเป็น สาขาวิชาชีพพยาบาล วิธีการนำทีมในการดูแลถูกนำมาใช้และการทำงานของผู้จัดการห้องพยาบาลเพื่อพัฒนาและบำรุงรักษา สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนพยาบาลวิชาชีพ รวมกับองค์กรที่ได้เข้าไปดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปัจจัยของการทำงาน

หน้าที่ดังต่อไปนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ครอบคลุมหน้าที่ทั้งหมด

หน้าที่ดำเนินการโดยพนักงานพยาบาลทุกคนในการจัดหมวดหมู่นี้ หน้าที่แสดงเป็นวัตถุประสงค์เพื่อให้ตัวแทน

สรุปหน้าที่ที่สำคัญและความรับผิดชอบ หน้าที่ อาจไม่จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดที่ระบุไว้และอาจจะต้องดำเนินการเพิ่มเติมให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง

• เป็นระบบประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานพยาบาลและการบริการพยาบาล ข้อมูลภายในและภายนอกที่เหมาะสมและข้อมูลเพื่อระบุโอกาสในการทำงานร่วมกันกับแพทย์ บุคลากรในองค์กรที่ดูแล รวมถึงผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในการปรับปรุงการบริการและการรักษาผู้ป่วย

• ประเมิน การทำงานของพยาบาลว่าเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพพยาบาลและระเบียบที่เกี่ยวข้อง,

และเกณฑ์ขององค์กร ระบุด้วยความชัดเจนเช่นเดียวกับพื้นที่สำหรับการพัฒนาวิชาชีพพยาบาลและการปฏิบัติงาน

• พัฒนาออกแบบแนวคิดสิ่งใหม่ มาเพื่อช่วยให้พยาบาลประจำโรงงาน เกิดความก้าวหน้าจากที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติของพยาบาล

• ผลการศึกษาการจัดการการพยาบาลและการพัฒนาระดับมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติและเพื่อนร่วมงาน ในสภาพแวดล้อมของการเคารพซึ่งกันและกันและความเข้าใจการตัดสินใจและการกระทำ

• อยู่บนพื้นฐานของหลักการทางจริยธรรม คุณธรรม สภาพแวดล้อม ไม่เลือกปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งด้วยภาษา อาชีพ ความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม

• ส่งเสริมการวิจัยและการบูรณาการความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติที่ดีที่สุดในการส่งมอบการดูแลรักษาพยาบาลให้กับประชาชนที่เหมาะสม

• ส่งเสริมและตรวจสอบมาตรฐานของหน่วยงานกำกับดูแลและความคาดหวังการบริการของผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยสำหรับการปฏิบัติงานของทุกด้านการพยาบาล

• รับผิดชอบในการสัมภาษณ์และการจ้างงานพยาบาล

• รับผิดชอบในการดําเนินงานภายในงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ

• ตรวจสอบได้ว่าห้องว่างและการทำงานของอุปกรณ์ที่จำเป็นและอุปกรณ์สำหรับการดูแลผู้ป่วย

• ระบุและรักษาการฝึกอบรมที่จำเป็นและทักษะของพนักงานพยาบาล

• ใช้การดำเนินการแก้ไขและดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงาน

• มีประสิทธิภาพเน้นปัญหาบุคลากรเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานมีประสิทธิภาพและมีสุขภาพดี

• ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายหรือกำหนด

Saturday, April 14, 2012

เรียนพยาบาลดีไหม


ใครอยากเรียนพยาบาล เข้ามาอ่านก่อนนะค่ะเผื่อเป็นประโยชน์


แน่นอนว่าทุกอาชีพต้องมีค่าตอบแทน พยาบาลก็เช่นเดียวกัน
ถ้าอยากไปเรียนต่างประเทศก็มีทุนให้ รายได้สูงมาก แต่ไม่รู้จะเหลือตังส่งกลับบ้านรึเปล่า เพราะค่าครองชีวิตก็สูงด้วย พยาบาลที่ต่างประเทศทำงานดูสง่ามากกว่าเราเยอะเลย เทคโนโลยีก้าวหน้า งานก็ไม่หนักเท่าเรา แต่ต้องเก่งจริงจัง มีการสอบยุ่งยากมาก ภาษาอังกฤษต้องดีมากพอสมควร

รายได้รองลงมาก็โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ เดี๋ยวเข้าวงการมาก็จะรู้เองว่าอันไหนชั้นนำ โรงพยาบาล เอกชนแพงๆนั่นแหละค่ะ โรงพยาบาลเหล่านี้จ้างพยาบาลราคาสูงมากค่ะ เด็กจบใหม่แบบตาสีตาสาก็ได้รายได้เริ่มต้น ไปแล้ว 20,000 - 25,000 บาท ขึ้นอยุ่กับแผนกที่เลือก ยังไม่รวมค่าเวร ค่าโอทีอีกต่างหาก และความสามารถด้านภาษา ที่ทราบเพราะดิฉันอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ต้องแลกกับความถึกนะคะ วันไหนวันหนึ่งต้องโดนญาติผู้ป่วยด่าให้สักวัน มันเป็นชีวิตจริงที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนรวย ถือว่ามีเงินไม่สนใครทั้งนั้น เป็นพยาบาลต้องใจเย็น ทำบุญเยอะๆเข้าไว้

แต่ รพ เหล่านี้จะมีเทคโนโลยี -ความรู้ บุคลิกภาพที่ดีและได้รับการอบรมพัฒนาตัวเองได้ดีค่ะ ดิฉันรู้สึกว่ายิ่งอยู่ยิ่งฉลาดขึ้นทุกวัน ทุกวัน จริงๆ

โรงพยาบาลเอกชนทั่วไป
รายได้ลดหลั่นลงมา ที่เคยเห็นน้อยที่สุดก็ 15,000 บาท
เพื่อนดิฉันเคยโดนผู้ป่วยถีบกระเด็นติดข้างฝามาแล้ว เนื่องจากอิเปรตนี่มันเมา มอเตอร์ไซค์คว่ำหัวแหกมา แล้วเพื่อนฉันพยายามไปห้ามเลือดให้มัน มันทั้งเมาทั้งเจ็บ เลยถีบซะเลย ดิฉันเลือดขึ้นหน้าอย่างแรง แต่โปรดอย่าถามว่าดิฉันทำอะไรตอบโต้มันไปบ้าง อิอิ ความลับ

โรงพยาบาล เหล่านี้ เลือกย่านให้ดี
ที่ดิฉันเคยอยู่เป็นย่านอุตสาหกรรม มีแต่คนงาน งานอดิเรกของคนเหล่านี้คือกินเหล้าแล้วตีกัน หรือไม่ก็ขับมอเตอร์ไซค์แหกโค้ง มีแต่เก๋าๆทั้งนั้น ดิฉันควงเวรจนกินหญ้าแทนข้าว อยู่จนเซ็งตัวเอง แล้วก็ลาออกไป

รับจ้างเฝ้าไข้ตามบ้าน
งานสบาย แต่น่าเบื่อ เป็นพยาบาลฟรีแลนซ์ หลายๆคนชอบ รายได้งามแต่ไม่มีการรับประกันแน่นอน ถ้าผู้ป่วยเสียชีวิต ก็ต้องหานายจ้างใหม่ หรือถ้านายจ้างไม่พอใจก็ไล่ออกซะงั้น รายได้แล้วแต่ตกลง แต่ขอบอกว่างามอร่ามจิตมั่กๆ ดิฉันเคยฟังมาแล้วขนลุก แต่ไม่รู้ว่าเค้าโม้อ๊ะป่าว หลายหมื่นบาท ฟังแล้วอยากจะถอดเสื้อแล้วร้องกรี๊ด (ขึ้นอยู่กับนายจ้างและความยากง่ายของผู้ป่วย)

พยาบาลประจำโรงงาน
บางโรงงานนั้นจริงจังในเรื่องสวัสดิการพนักงานมาก ถึงขนาดเปิดคลินิคในโรงพยาบาล มีพยาบาลและแพทย์มาเข้าเวรสม่ำเสมอ พยาบาลเหล่านี้แต่งตัวสวยงาม ทำงานสบาย เงินเดือนได้เยอะกว่าพยาบาลในโรงพยาบาลสะอีก แล้วแต่ความไฮโซของโรงงาน เป็นสายอาชีพหนึ่งของพยาบาลที่น่าสนใจเลยที่เดียว นอกจากนั้น ค่าขึ้นเวรจะแพงกว่าในโรงพยาบาลเกือบเท่าตัว ถ้าพยาบาลคนไหนมีเวลาก็จะสมัครรับงานพิเศษเพิ่มได้สบายๆ ไม่เหนื่อย พนักงานที่ป่วยหรือเจ็บหนักๆก็ส่งไปโรงพยาบาลเราไม่ต้องดูแลรักษาเอง
เหมือนเป็นคนช่วยดูแลเบื้องต้น ถ้ามีเคสหนักก็ส่งโรงพยาบาลใกล้ๆไป พูดอยากนี้แล้วหลายคนที่เป็นพยาบาลคงสนใจล่ะสินะ

เคยมีพนักงานที่มาพูดเชิงกระแนะกระแหนว่า ชิ พวกพยาบาลมันสบาย-ว่างกันจังเลยเนอะ (ไม่รู้ว่าอารมณ์เสียอะไรมา แต่มาเห็นพยาบาลนั่งกันว่างๆเลยอารมณ์ขึ้นซะงั้น) มี จนท. ออฟฟิส ช่วยสวนกลับไปว่า "ก็ตอนเรียนพวกมึงรีบมีผัวกันทำไมล่ะ ไม่งั้นก็ได้มานั่งว่างๆแบบเค้าแล้ว แรงมากค่า กรี๊ดดดดดดด หนูไม่ได้พูดนะค๊าาาา

โอ๊ยทำไมเล่าแล้วเหนื่อยจัง วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ

จากเรื่องเล่าสาวพยาบาลคนหนึ่ง เห็นน่าสนใจเลยเอามาให้อ่านเล่นๆ ^^

Thursday, April 12, 2012

จบพยาบาลแล้วทำงานอะไร



อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่มีเกียรติในสังคมอาชีพหนึ่ง สำหรับสถาบันที่มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตพยาบาลให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในสังกัด ตัวอย่างเช่น พยาบาลบรมราชชนี, สถาบันพระบรมราชชนก เป็นต้น เมื่อนักศึกษาเรียนจบแล้ว ก็จะสามารถเข้าทำงานได้ตามโรงพยาบาลในสังกัดได้ทันที โดยต้องสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลเสียก่อน และเมื่อเข้าทำงานแล้ว ก็จะถือว่าเป็นพนักงานลูกจ้างชั่วคราวของรัฐ เนื่องจากอาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ไม่ขาดแคลนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว รัฐบาลจึงไม่ได้บรรจุพยาบาลที่จบใหม่เป็นพนักงานของรัฐอีกแล้ว
แต่สำหรับสถาบันอื่นๆ ที่ไม่ได้มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตพยาบาลให้กับโรงพยาบาลโดยตรง นักศึกษาก็สามารถสมัครเข้าเป็นพยาบาลตามโรงพยาบาลหรือเป็นพยาบาลประจำโรงงาน รายได้ดีกว่าทำงานโรงพยาบาล ถึงแม้สวัสดีการจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้ารู้จักเก็บเงินก็อยู่ได้สบายๆเลยที่เดียว

Monday, April 9, 2012

เรียนพยาบาลกันดีกว่า

อาชีพพยาบาลถือได้ว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่มีเกียรติ และเป็นสัญลักษณ์ของความอดทนและเสียสละ พยาบาล อาจเรียกว่า นางพยาบาล หรือ บุรุษพยาบาล ใครที่คิดจะมาเรียนต้องเป็นคนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้ป่วย มีเมตตา เสียสละ อดทนอดกลั้นและมีความรักในเพื่อนมนุษย์

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียนพยาบาลตลอดหลักสูตร ภาคปกติ ภาคเรียนละ 15,000 บาท ภาคฤดูร้อน ภาคเรียนละ 7,500 บาท สามารถกู้เงินมาเรียนได้ ยังมีทุนอื่นๆอีกมากมายเช่น ทุนจากสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย , มูลนิธิโอกุระ, มูลนิธิชินโสภณพานิช, ทุนเรียนดีประพฤติดีของมหาลัย, ทำงานระหว่างเรียน (โดยกองกิจการนิสิต) ทุนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ทุนโรงพยาลรัฐและเอกชน ทุนพยาบาลคืนถิ่น เป็นต้น

หน้าที่ของพยาบาล พยาบาลเป็นวิชาชีพที่ก่อนจะปฏิบัติงานจะต้องผ่านการสอบขึ้นทะเบียนความรู้
จากสภาการพยาบาลก่อนจึงจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยพยาบาลสามารถที่จะดูแลผู้ป่วยได้ตามหลักการพยาบาลที่ได้เรียนมา เป็นเวลา 4 ปีสำหรับพยาบาลวิชาชีพโดยเน้นหนักในการให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมแก่ผู้ป่วยทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพและผู้สูงอายุ ทางร่างกายและจิตใจ การให้บริการด้านพยาบาล คำนึงถึงความต้องการของคนไข้ตามลักษณะและอาการของโรคที่เป็น โดยจะทำหน้าที่สังเกต จดบันทึก และรายงานให้แพทย์ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงถึงอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ของคนไข้ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพคนไข้ให้สามารถปรับตัวเข้ากับภาวะขัดข้องที่เกิดจากการเจ็บป่วย


แนวทางอาชีพในปัจจุบันนั้น คนที่จบคณะพยาบาลศาสตร์ สามารถประกอบอาชีพได้มากมาย อาทิ รับราชการในโรงพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รัฐวิสาหกิจ สภากาชาดไทย, เป็นอาจารย์สอน, วิจัยทางด้านพยาบาลศาสตร์, ประกอบอาชีพในคลินิกส่วนตัว, โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงสามารถเป็นพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรมได้ด้วย

พยาบาลประจำโรงงาน ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับน้องๆที่จบใหม่ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นงานที่ไม่เหนื่อยมากเท่ากับทำงานในโรงพยาบาล รายได้เยอะกว่า การทำงานไม่วุ่นวาย มีเวลาว่างที่จะอ่านหรือเขียนหนังสือได้ แต่สวัสดิการอาจจะสู้พยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลได้และขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย อาชีพนี้เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

อาชีพพยาบาล

จากพระอาทิตย์ขึ้น สู่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ผู้คนดำเนินชีวิตในเมืองน้อยใหญ่ ใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป บ้างมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างก็ใช้เวลาครุ่นคิดกับความทุกข์และปัญหาให้แก้อยู่ตลอดเวลา จะมีคนอยู่ไม่มากมายนักที่มีความสำคัญต่อประชาชน มีคนไม่มากนักที่จะได้รับการเยินยอให้อยู่เหนือคำว่าคนธรรมดา

นางฟ้าชุดขาว หนึ่งวลีที่งดงามในความหมาย ส่วนใหญ่วลีนี้ถูกใช้แทน'พยาบาล' วิชาชีพซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้เสียสละเป็นดั่งนางฟ้า เป็นผู้ให้ชีวิต เป็นวิชาชีพหนึ่งที่ในวัยเด็กต่างก็มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น

จากคนที่มีฝันเพื่อที่จะเป็นพยาบาล เราก็ต้องผ่านจุดที่เหมือน ๆ กับการก้าวสู่อาชีพอื่น ๆ นั่นคือการเรียนรู้ การกักเก็บประสบการณ์ เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาขั้นสูงต่อไป ซึ่งต้องใช้เกรดเฉลี่ยในการสอบเข้าที่ค่อนข้างสูง เป็นผลให้ต้องตั้งใจเรียน‘คนมีฝัน’ เป็นเรื่องจริงที่อาชีพนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นผู้ชายด้วย ด้วยภาพลักษณ์อันงดงามของผู้หญิงในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสว่าง ใบหน้างดงาม อ่อนน้อม เสียสละ ใจดีมีเมตตา การพูดจาที่ไพเราะและเคารพในผู้ป่วยและญาติอีกทั้งยังเป็นอาชีพที่ได้พูดคุยและบริการผู้อื่น เอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เองที่ดึงดูดให้ ‘ฝัน’ที่จะเป็นพยาบาลเกิดขึ้น ในอีกส่วนหนึ่งคือการได้มีประสบการณ์โดยตรงกับวิชาชีพพยาบาลนี้ อาทิ ตนเองเคยหรือมีญาติเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลแล้วได้รับการดูแลรักษาจากพยาบาลจนหายดี รู้สึกซาบซึ้ง เกิดความรู้สึกอยากที่จะเป็นเช่นนั้นบ้างจึงกลายเป็นเป้าหมายให้มุ่งไปในอนาคต เมื่อเราอยู่ในวัยเรียนนี้จุดมุ่งหมายที่มั่นคงทำให้เรามีความตั้งใจและมีความสุข ตื่นเต้น ที่จะเดินก้าวไปตามฝัน เมื่อเข้าสู่รั้วฟ้าขาวพวกเขาจะไปรับความชื่นชมในความฝันซึ่งจะกลายมาเป็นผู้เสียสละในคราบนางฟ้าชุดขาวอย่างยินดี‘คนไม่มีฝัน’ นักเรียนส่วนใหญ่ที่พระปกเกล้ากลับมีพื้นหลังเช่นนี้ แต่ใช่ว่าพวกเราจะเติบโตกลายเป็นพยาบาลที่ดีไม่ได้ อย่างน้อยส่วนหนึ่งการที่เราก้าวเข้าสู่วิชาชีพนี้ก็เพราะคนที่บุคคลสำคัญที่คอยหนุนหลังประคับประคองเราซึ่งก็คือพ่อแม่ผู้เป็นดั่งทุกสิ่งที่หวังให้เราเป็นพยาบาลคอยดูแลผู้เจ็บป่วย คอยดูแลท่าน เป็นแรงกำลังสำคัญที่ทำให้เราก้าวเข้าสู่วิชาชีพต่อไป ต้องฝ่าฝันและอดทนกับการเรียนรู้และประสบการณ์ยากยิ่งให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเพราะพยาบาลคือวิชาชีพที่ประเสริฐยิ่ง แม้ไม่มีฝัน เราก็ยินดีและมีความสุขไม่น้อยกว่าคนที่มีฝันเลย

ช่วงชีวิตแห่งการช่วงชิง

เส้นทางที่จะทำให้ ‘ความฝัน’ หรือ ‘ความหวัง’ สำเร็จได้ จำเป็นต้องผ่านกำแพงรั้วนี้ไปให้ได้ เหมือนกับทหารที่ต้องตีฝ่ากำแพงข้ามไปเพื่อบุกยึดพื้นที่ ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ คนที่พร้อมและเก่งเท่านั้นที่ทำสำเร็จ แต่กลับบางคนแล้วพวกเขาต้องทิ้ง ‘ความฝัน’ และ‘ความหวัง’ ลงด้วยน้ำตา

เมื่อมาถึงช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่างคนต่างขวนขวายหาที่เรียนต่อเฉพาะทางเพื่อก้าวเข้าสู่อาชีพที่อยากจะเป็นและอยากจะทำ ต้องทุ่มเทเรียนอย่างหนัก หาที่เรียนเสริม หาที่สมัครเข้าเรียน หาช่องทางต่าง ๆ ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่วุ่นวายและเครียดอย่างมากเลยทีเดียว เราจะไม่ได้เป็นเด็กที่นั่งคุยเล่นกันเหมือนแต่ก่อน ไม่ได้ไร้จุดหมายหรืออะไรก็ได้กับชีวิต เมื่อยามถึงเวลาว่าง หนังสือเตรียมสอบจะกลายเป็นอาวุธคู่มือ วันหยุดที่ควรจะได้นอนสบายอยู่บ้านหรือได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูง ก็ต้องจับเจ่านั่งอ่านหนังสืออยู่บ้านหรือไม่ก็ออกไปติวข้อสอบข้างนอก เพราะมันสำคัญกับชีวิตของเราและยังต้องช่วงชิงโอกาสอันน้อยนิดในสถานที่เรียนที่หนึ่ง ซึ่งจะรับนักศึกษาในจำนวนจำกัด จากคะแนนเกรดเฉลี่ยที่ผ่านไปได้แล้วก็เข้ามาสู่การสอบตรง ความรู้ใหม่ ๆ ที่ใช้ในการสอบแตกต่างไปจากความรู้ทั่ว ๆ ไปที่เรียนมาในระดับมัธยมทำเอาหัวหมุนอยู่เหมือนกัน ทำให้ต้องหาความรู้อ่านเพิ่มเติมและใช้ความคิดวิเคราะห์และการบริหารเวลาทำข้อสอบให้เสร็จตามจำนวนข้อในเวลาที่กำหนด เหล่าบรรดาเพื่อนนักเรียนเองต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อ นั่งทำข้อสอบกันอย่างคร่ำเคร่ง และแล้วเมื่อเวลาหมดลงทุกคนก็เดินออกมาจากห้องสอบด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ โดยไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วชื่อของตนเองจะได้มีอยู่บนกระดาษแผ่นหนึ่งหรือไม่ การรอคอยจบลงเมื่อช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดมาถึง....วันประกาศผลสอบ พวกเรานั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์กันตั้งแต่เช้าจรดเย็นเพื่อดูรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนทางเว็บไซต์ บ้างก็เดินทางมาดูผลที่กระดานประกาศในรั้ววิทยาลัย จากผู้คนนับร้อยที่เข้าแข่งขันจะถูกคัดให้เหลือไม่ถึงครึ่ง เส้นทางของบางคนอาจจบลงตรงนี้ แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป....พวกเขายังมีโอกาสจากข้อสอบข้อเขียนมาสู่การสอบสัมภาษณ์ พวกเราไม่รู้เลยว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่มีอาจารย์พยาบาลนั่งอยู่สามถึงสี่คนนั้นจะพูดคุยกับเราในเรื่องอะไรบ้าง ด้วยความตื่นเต้นนี้เองทำให้เราเริ่มเข้าหาและทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ว่าที่พยาบาลด้วยกันมากขึ้น ๆ ได้รับคำแนะนำและเห็นถึงความเอื้อเฟื้อต่อกัน และหนึ่งในสามเท่านั้นที่จะผ่านพ้นเข้าสู่การเป็นนักศึกษาพยาบาลเต็มตัวทว่าอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เส้นทางของบางคนไม่ได้จบลงเพียงตรงนี้ พวกเขายังมีโอกาสในการยื่นคะแนนแอดมิชชั่นซึ่งส่วนใหญ่วิทยาลัยจะรับนักศึกษาเข้าจากโควตานี้แต่จำนวนคนในการแข่งขันก็สูงเช่นกัน คนที่มีคะแนนดีในระดับสูงกว่าจึงจะได้รับเข้าศึกษาก่อนตามลำดับ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ กับการช่วงชิงโอกาสแห่งความสำเร็จมาไว้ในกำมือ

ปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล
มีพฤติกรรมมากมายที่จำเป็นต้องปลูกฝังให้มีอยู่ในวิชาชีพ ‘พยาบาล’ ทำให้เราได้ตระหนักและภาคภูมิอยู่เสมอว่าเพราะพฤติกรรมนี้ล่ะ เพราะสิ่งนี้ล่ะ คือเราเหล่าพยาบาล ในการศึกษาเรียนรู้ขณะเป็นนักศึกษาจึงต้องมีการฝึกให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ควรมีอยู่ในวิชาชีพ พวกเราจึงได้รับการปลูกฝังให้ปฏิบัติเป็นนิสัย อาทิ เช่น การอยู่ในกฎระเบียบที่เข้มงวด ในช่วงแรกเริ่มนั้นพวกเราต่างโอดครวญรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ ที่ถูกจำกัดในเรื่องเกือบทุก ๆ เรื่อง รู้สึกอิจฉานักศึกษาในมหาลัยที่สามารถทำอะไรได้มากมายต่างจากพวกเราที่ไม่สามารถทำได้ แต่ในขณะนี้พวกเราต่างไม่รู้สึกเช่นนั้นอีกต่อไป พวกเราได้รู้ซึ้งดีแล้วว่า เพราะระเบียบวินัยนี้ล่ะ ทำให้เรามีวินัย มีกรอบในการทำงาน ฝึกให้เราเป็นคนตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีเอกลักษณ์ในตัวเองและวิชาชีพนั่นเองสิ่งต่อ ๆ มาที่สำคัญไม่แพ้กันคือความตรงต่อเวลา ‘เพียรมาให้ถึงก่อน 15 นาที’ การบริหารเวลา ความรับผิดชอบ ความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล พวกเราต่างต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองมากมาย ยกตนเองจากระดับหนึ่งสู่อีกระดับหนึ่ง เพราะในฐานะผู้นำทางสุขภาพ การใช้ชีวิตประจำวันในแต่ละอย่างจึงต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่อเป็นแบบอย่างและสามารถนำไปสอนประชาชนได้ จากชีวิตที่เคยเรียบง่าย รับประทานอะไรก็ได้ที่อยากรับประทาน ตอนนี้พวกเราต้องเลือกสิ่งที่มีประโยชน์และเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย พวกเราต้องใช้เวลาและต่อสู้ต่อความเคยชินหรือพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ต้องคอยระมัดระวังพฤติกรรมของตนเอง สังเกตตนเอง วิเคราะห์ตนเอง จนกระทั่งมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เพียงพอต่อการเป็นต้นแบบและนำไปสอนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงเรื่องของพฤติกรรมทางสุขภาพเท่านั้น การสื่อสารและมารยาททางสังคมก็ถูกปลูกฝังไว้กับพวกเราเช่นกัน เพราะวิชาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ต้องพบปะพูดคุยกับผู้คนการสื่อสารให้เข้าใจจึงมักเกิดขึ้นเสมอ ๆ และในฐานะวิชาชีพที่ให้การบริการมารยาททางสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น........เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อวิชาชีพ ‘พยาบาล’

หนังสือคือชีวิต
ใครจะรู้เล่าว่าหนังสือสำคัญกับเราเพียงไหน พวกเราไม่เคยจมอยู่กับกองหนังสือมากมายเท่านี้มาก่อน ทุกวันหลังจากการเรียนที่หนักหน่วง เวลาที่เรามีให้คือการทบทวนบทเรียนแต่กระนั้นเราก็ยังมีกิจกรรมผ่อนคลายเหมือนกับชีวิตนักศึกษาทั่ว ๆ ไป ยิ่งช่วงใกล้สอบ บรรดา Sheet และหนังสือ แทบอยู่ไม่ห่างกาย ไม่มีใครนั่งหายใจทิ้ง แต่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนังสืออันเป็นคลังความรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง ‘ขาดไม่ได้’.......ยามนอนเรายังนอนหลับไปเคียงข้างกัน หากซึมซับข้อความเนื้อในในหนังสือนั้นได้คงจะซึมซับได้อย่างมากมายเลยทีเดียว เมื่อเราผ่านพ้นไปยังชั้นปีที่สูงขึ้น ต้องออกฝึกในโรงพยาบาลหรือชุมชน ความรู้คู่กันย่อมต้องมีมากขึ้น เรื่องบางเรื่อง โรคบางโรคไม่สามารถหาได้ในห้องเรียน หนังสือเหล่านี้คือกุญแจและคำตอบที่จะสามารถทำให้เราพร้อมที่จะสามารถทำงานได้ต่อไป เรียนรู้ได้ต่อไป ทุกวันที่นักศึกษาพยาบาลถือหนังสือประมาณ 5 เล่ม เดินจากห้องสมุดกลับสู่หอ หนังสือเล่มหนึ่งก็ประมาณ 600 หน้า กับความมุ่งมั่นที่จะหาความรู้ที่ต้องการจากมันด้วยน้ำหนักไม่ใช่เล่น ๆ ยามที่นึกภาพ ใครเล่าจะนึกมาก่อนว่าจะมีภาพเช่นนี้ในวันหนึ่งของเราได้ ‘ขาดไม่ได้’.......เพราะหนังสือคือชีวิต

ประสบการณ์พยาบาลมือใหม่

ความสำเร็จจะเกิดได้นั้น ย่อมต้องมีจุดเริ่มต้น......หลังจากผ่านช่วงเวลาทั้งหลายอันเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยได้สัมผัส จากทฤษฎีสู่ปฏิบัติการให้การพยาบาลผู้ป่วยจริง ๆ จึงจำเป็นต้องมีการฝึกและนั่น.....คือประสบการณ์ครั้งแรกของมือใหม่อย่างพวกเราเมื่อสวมชุดฝึกปฏิบัติงานฟ้าขาว วันแรกที่ยังจำได้ดีถึงความตื่นเต้นอันล้มหลาม ความกลัว ความกล้า และความพร้อมหลั่งไหลเข้ามาพร้อม ๆ กัน ในเมื่อมันคือครั้งแรก กิจกรรมแต่ละอย่างย่อมต้องไม่ธรรมดาและเป็นที่น่าจดจำผู้ป่วยที่เป็นดั่งครู ได้สอนเราหลายอย่าง การอ่านคำสั่งแพทย์ ระเบียบของตึกอาคารปฏิบัติงานในโรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์การพยาบาลอันไม่คุ้นชิน เพียงแค่นี้ พวกเราก็วิ่งกันหัวหมุน กล้าๆกลัว ๆ ที่จะทำอะไรสักอย่างให้ผู้ป่วย มือที่สั่นเทา หัวใจที่ตื่นเต้นกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต้องอาศัยความกล้าและความถูกต้อง การจะทำอะไรแต่ล่ะอย่างจึงต้องคอยให้อาจารย์มาดูแลอย่างใกล้ชิดราวกับไม่เคยได้ฝึกฝนล่ำเรียนมา ความกังวลจากงานต่าง ๆ ที่เกิดนี้ไฉนเลยจะทำให้เรามองเห็นสิ่งรอบข้างอันเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการปัญหาสุขภาพและมองเห็นผู้ป่วยจากหัวใจ ทุก ๆ วันที่ปฏิบัติงาน เจอกับผู้ป่วย ญาติ แพทย์ พยาบาลด้วยกันและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ประสบพบกับโรคของผู้ป่วยมากมายให้เรียนรู้ มีเรื่องใหม่ ๆ ให้เจออยู่ตลอดเวลา เมื่อสามารถปรับตัวได้ มีความมั่นใจในการทำงาน ความกว้างในการรับรู้จึงเริ่มขยายออก เราเริ่มที่จะเรียนรู้และมองดู ‘ชีวิต’ มองเห็นผู้ป่วยที่ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ และกำลังรอคอยให้ใครสักคนมาดูแลด้วยความอ่อนโยน มองเห็นสิ่งรอบข้าง ความกังวลภายในใจ ลึก ๆ เข้าไป ซึ่งทำให้เราเข้าใจพวกเขาที่ยิ้มต้อนรับเราที่จะไปดูแลให้การพยาบาล พร้อมจะบอกและสอนทั้งด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจในสิ่งที่เขาเป็นก็ตาม ได้เห็นถึงสาเหตุและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบซึ่งจะกลายเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่จะเป็นพื้นฐานต่อ ๆ ไปในภายภาคหน้า และแม้ไม่ว่าพวกเราจะเคยมีฝันหรือไม่มีฝันก็ตาม เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้หลุดพ้นจากความทรมาน ความทุกข์ตรม พวกเราจึงมีความตั้งใจจริงที่จะดูแลผู้ป่วยนี้ด้วยคำนี้....‘พยาบาลด้วยใจ’

ความภาคภูมิที่ได้รับจากการเป็นพยาบาล

จากก้าวแรกมาสู่บัดนี้ เริ่มจากกล้าที่จะฝัน สู่การฝ่าฟัน มีความมุ่งมั่น เรียนรู้ที่จะอดทน ต้องตั้งใจ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รอบคอบในการทำงาน ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อสิ่งดีดี.....ทุก ๆ อย่างผ่านเรื่องราวหลากหลายที่บางครั้งก็รับได้ บางครั้งก็เกินกว่าจะรับได้แต่กระนั้นท้ายที่สุดก็ต้องยอมรับ ทั้งยังผ่านการฝึกฝนอันแสนหนักหน่วง แม้จะเหนื่อย แม้จะท้อ แต่พวกเรากลับมีความยินดีและภาคภูมิที่ ได้ทำให้คนคนหนึ่งที่กำลังดิ่งสู่ก้นเหวกลับมาสู่ผืนดินอีกครั้ง ได้ทำให้คนคนหนึ่งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยสองมือเล็ก ๆ นี้ และยิ่งไปกว่านั้นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่สร้างแรงกำลังให้พวกเราสามารถหลั่งหยดน้ำตาด้วยความตื้นตันและภาคภูมิ มีแรงกำลังที่จะตั้งใจและทำงานอย่างเต็มที่จากผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลให้การพยาบาลจากเรา นั่นก็คือ

รอยยิ้ม อวยพรให้เราเรียนจบประสบความสำเร็จ และคำสั้น ๆ ว่า“ขอบคุณ”


โดย.. ซามูไรสองเรา

ปัจจุบันพยาบาลไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการพลเรือน เป็นเพียงพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากมติของกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่กำหนดให้สายงานพยาบาลเป็นงานวิชาชีพที่ไม่ขาดแคลน น่าเห็นใจน้องๆพยาบาลทั้งหลาย บางคนทำงานในโรงพยาบาล
บางคนทำงานตามสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า พยาบาลประจำโรงงาน จริงๆจะว่าไปแล้ว การเป็นพยาบาลตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆอาจจะสบายมากกว่าทำงานในโรงพยาบาลอีกด้วยซ้ำไป ก็ขึ้นอยู่กับความพึ่งพอใจของแต่ละคน สุดท้ายจุดประสงค์หลักของวิชาชีพนี้ก็คือ การดูแลรักษาคนที่เจ็บป่วยและช่วยเหลือแพทย์เท่าที่ความสามารถเราจะมีได้นั้นเอง
พยาบาลประจำโรงงาน | พยาบาลโรงงาน | พยาบาลประจำโรงงานชลบุรี | พยาบาลประจำโรงงานนครราชสีมา